Print

ฮีตสิบสอง : ฮีตเดือนสิบ - ฮีตเดือนสิบสอง

 

ฮีตสิบสอง : ฮีตเดือนสิบ - ฮีตเดือนสิบสอง

                     “ฮีตสิบสอง” หมายถึง ประเพณี ๑๒ เดือน ที่เกี่ยวเนื่องกับหลักทางพุทธศาสนา ความเชื่อและการดํารงชีวิตทางเกษตรกรรม ซึ่งชาวอีสานยึดถือปฏิบัติกันมาแต่โบราณ มีแนวปฏิบัติแตกต่างกันไปในแต่ละเดือน เพื่อให้เกิดสิริมงคลในการดําเนินชีวิต เรียกอย่างท้องถิ่นว่างานบุญ ชาวอีสานให้ความสําคัญกับ ประเพณีฮีตสิบสองเป็นอย่างมากและยึดถือปฏิบัติมาอย่างสม่ำเสมอนับเป็นเอกลักษณ์ของชาวอีสาน คำว่า “ฮีต” หมายถึง ประเพณีหรือสิ่งที่นิยมนับถือปฏิบัติสืบ ๆ กันมาจนเป็นแบบแผน เป็นขนบธรรมเนียม ตรงกับ “จารีต”

dec (10) dec (11) dec (12)
ฮีตเดือนสิบ ฮีตเดือนสิบเอ็ด   ฮีตเดือนสิบสอง

 

เดือนสิบ : บุญข้าวสาก

 

บุญข้าวสาก (สลากภัต) เป็นประเพณีที่จัดในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ มูลเหตุของประเพณีนี้เพื่อจะทําให้ข้าวกล้าในนาที่ปักดําไปนั้นงอกงามได้ผลบริบูรณ์ และเป็นการอุทิศส่วนกุศลถึงญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว พิธีช่วงเช้าญาติโยมจะพากันทําบุญใส่บาตร ครั้นถึงเวลาพระฉันเพล ชาวบ้านจะจัด “พาข้าว” (สํารับกับข้าว) ซึ่งบรรจุข้าวเหนียว อาหารแห้ง เช่น ปลาย่าง เนื้อย่าง แจ่วบองหรือน้ำพริกปลาร้า และห่อข้าวเล็ก ๆ อีกห่อหนึ่ง พร้อมทั้งปัจจัยไทยทาน ๑ ชุด แล้วเขียนชื่อของตนลงบนแผ่นกระดาษม้วนลงใส่ในบาตรเดียวกัน เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว ผู้เป็นหัวหน้ากล่าวนําคําถวายสลากภัต ญาติโยมว่าตามจบแล้วนําไปให้พระเณรจับสลากที่อยู่ในบาตร พระเณรรูปใดจับได้สลากของใคร ผู้เป็นเจ้าของ “พาข้าว” และเครื่องปัจจัยไทยทานก็นําไปประเคนให้พระเณรรูปนั้น ๆ จากนั้นพระเณรจะฉันเพลแล้วให้พร ญาติโยมจะพากันรับพรแล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้แก่ญาติพี่น้องผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

 

เดือนสิบเอ็ด : บุญออกพรรษา

 

บุญออกพรรษาในเดือนสิบเอ็ด นอกจากจะเป็นโอกาสที่พระภิกษุสงฆ์จะแสดงอาบัติและว่ากล่าวตักเตือนกันแล้ว ชาวบ้านในภาคอีสานยังมีกิจกรรมกันอีกหลายอย่าง ทั้งประเพณีตักบาตรเทโว การจุดประทีปโคมไฟประดับประดาตามต้นไม้ บางแห่งนําต้นอ้อยหรือไม้ไผ่มามัดเป็นเรือจุดโคมแล้วนําไปลอยในแม่น้ำที่เรียกว่า การไหลเรือไฟ เพื่อเป็นพุทธบูชา สําหรับหมู่บ้านที่อยู่ไกลแหล่งน้ำ จะนิยมทําปราสาทผึ้งหรือผาสาดผึ้งทําจากกาบกล้วย ประดับประดาด้วยขี้ผึ้ง ซึ่งทําเป็นดอกไม้ แต่ปัจจุบันมักใช้ขี้ผึ้งมาตกแต่งปราสาททั้งหลัง แล้วจัดขบวนแห่มาถวายที่วัดอย่างสนุกสนาน ทั้งนี้ ในเช้ามืดวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ พระสงฆ์จะไปรวมกันที่อุโบสถเพื่อแสดงอาบัติต่อกัน จากนั้นจะทําวัตรและทําปวารณาแทนการสวดปาฏิโมกข์ จึงเรียกวันออกพรรษาว่า วันปวารณาหรือวันมหาปวารณา ส่วนชาวบ้านก็จะเตรียมข้าวปลาอาหาร เพื่อให้ทําบุญตักบาตรที่วัดในตอนรุ่งเช้าและถวายผ้าจํานําพรรษาแด่ภิกษุสามเณร ตอนค่ำจะมีการเวียนเทียน

 

 เดือนสิบสอง : บุญกฐิน

 

           บุญกฐิน คือ บุญที่เรียกว่า “กาลทาน” นี้มีกําหนดให้ทําได้เฉพาะในช่วงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึง ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ของทุกปี จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “บุญเดือน ๑๒” ชาวอีสานเชื่อว่า ผู้ใดได้ทําบุญกฐินจะไม่ตกนรกและจะได้รับผลบุญที่ทําในชาตินี้ไว้เก็บกินในชาติหน้า งานบุญกฐินจึงจัดเป็นงานสําคัญในส่วนพิธีกรรมนั้นคล้ายคลึงกับภาคอื่น ๆ แต่เครื่องบริวารกฐินของชาวอีสาน ส่วนมากจะเป็นเครื่องใช้ในครัวเรือน โดยนำมาวางไว้ในที่เปิดเผย เพื่อให้ญาติพี่น้องหรือชาวบ้านใกล้เคียงนําสิ่งของ เช่น เสื่อ หมอน อาสนสงฆ์ ฯลฯ มาร่วมสบทบ ตอนเย็นก็จะนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ ตอนกลางคืนอาจจัดให้มีมหรสพต่าง ๆ และที่ขาดไม่ได้ในงานบุญกฐินก็คือ ต้องจุด “บั้งไฟพลุ” อย่างน้อยจํานวน ๔ บั้ง เอาไว้จุดตอนหัวค่ำหนึ่งลูก ตอนดึกหนึ่งลูก ตอนใกล้สว่างหนึ่งลูก และตอนถวายกฐินอีกหนึ่งลูก นอกจากจุดบั้งไฟพลุแล้วก็จะจุดบั้งไฟตะไลเป็นระยะ ๆ ในขณะที่แห่กฐิน รุ่งเช้าเป็นขบวนแห่กฐินจากบ้านไปถวายพระสงฆ์ที่วัด เมื่อถึงวัดต้องแห่เครื่องกฐินเวียนขวาสามรอบศาลาโรงธรรม จากนั้นจึงนําเครื่องกฐินขึ้นตั้งบนศาลาโรงธรรม นําข้าวปลาอาหารถวายพระ ถ้าถวายตอนเช้าก็เลี้ยงพระตอนฉันจังหัน แต่ถ้าถวายตอนบ่ายก็จะเลี้ยงพระตอนเพล เมื่อพระสงฆ์สามเณรฉันเสร็จแล้ว ผู้เป็นเจ้าภาพองค์กฐินจะจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย นํารับศีลแล้วกล่าวคําถวายกฐิน ส่วนพระสงฆ์เมื่อมีกฐินมาทอดที่วัดก็จะประชุมสงฆ์แล้วให้ภิกษุรูปหนึ่งเสนอต่อที่ประชุมสงฆ์ว่าควรให้แก่ภิกษุ (เอ่ยนามภิกษุ) ที่สมควรจะได้รับกฐิน ส่วนมากก็เป็นเจ้าอาวาสวัดนั้น ๆ เมื่อที่ประชุมสงฆ์เห็นชอบตามที่มีผู้เสนอ ก็จะเปล่งคําว่า “สาธุ” พร้อมกัน จากนั้นญาติโยมก็จะพากันถวายเครื่องปัจจัยไทยทานแด่ภิกษุสามเณรอื่น ๆ ทั้งวัด พระสงฆ์รับแล้วจะอนุโมทนาและให้พรเป็นเสร็จพิธี

 

 เอกสารอ้างอิง

 

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๒). ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอีสาน. กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา

 

          กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.

 

มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์. (๒๕๔๒). สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคอีสาน

 

          เล่ม ๑๕. กรุงเทพ ฯ : มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.