Print

มรดกภูมิปัญญาอาหารการกินที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย : ทุเรียนนนท์

มรดกภูมิปัญญาอาหารการกินที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย : ทุเรียนนนท์

ich food (8) ich food (9)

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI : Geographical Indication) คือ เครื่องหมายที่ใช้กับสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง โดยจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความเชื่อมโยงระหว่างปัจจัยสำคัญสองประการ คือ ธรรมชาติและมนุษย์ กล่าวคือ ชุมชนได้อาศัยลักษณะเฉพาะที่มีอยู่ในแหล่งภูมิศาสตร์ตามธรรมชาติ เช่น สภาพดินฟ้าอากาศ หรือวัตถุดิบเฉพาะในพื้นที่ มาใช้ประโยชน์ในการผลิตสินค้าในท้องถิ่นของตนขึ้นมา ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะพิเศษที่มาจากพื้นที่ดังกล่าว คุณลักษณะพิเศษนี้อาจหมายถึง คุณภาพ ชื่อเสียงหรือคุณลักษณะเฉพาะอื่น ๆ ที่มาจากแหล่งภูมิศาสตร์นั้น ๆ

มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านอาหารการกิน ถือเป็นสิ่งมนุษย์บริโภค ทั้งยังหมายรวมถึงวิธีการปรุงและประกอบอาหาร รูปแบบการบริโภค ตลอดจนการจัดการระบบนิเวศเพื่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติสำหรับการบริโภค ปัจจุบันมรดกภูมิปัญญาดังกล่าวนี้หลาย ๆ รายการ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย ในที่นี้ขอยกตัวอย่างรายการ “ทุเรียนนนท์”

ทุเรียนไทย มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยา และมีข้อมูลบันทึกไว้เป็นหลักฐานในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยเมอร์ซิเออร์เดอลาลูแบร์ (Simon de la Loubère) หัวหน้าคณะราชทูตจากประเทศฝรั่งเศสในสมัยนั้น ซึ่งบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับทุเรียนไว้ว่า “ดูเรียน (Durion) หรือที่ชาวสยามเรียกว่า  ‘ทูลเรียน’ (Tourrion) เป็นผลไม้ที่นิยมกันมากในแถบนี้...” จากหลักฐานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ามีการปลูกทุเรียนในภาคกลางของประเทศไทย และในยุครัตนโกสินทร์มีรายละเอียดที่เกี่ยวกับทุเรียนปรากฏอยู่ในหลักฐานต่าง ๆ เช่น กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน ภาพลงรักปิดทองที่บานหน้าต่างพระที่นั่งมูลมณเฑียร เป็นต้น

          ประวัติศาสตร์ของทุเรียนไทย มีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่เพาะปลูกในจังหวัดนนทบุรีที่เรียกกันว่า “สวนใน” ซึ่งเป็นสวนตามลำน้ำเจ้าพระยาตั้งแต่เมืองนนทบุรีถึงธนบุรีหรือบางกอกและพระประแดง ส่วนสวนนอกคือ สวนตามลำน้ำแม่กลอง ดังมีคำกล่าวที่ว่า “สวนในบางกอก สวนนอกบางช้าง” จากประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกเป็นหลักฐานว่า พระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (สุ่น สุนทรเวช) ได้กล่าวถึงการแพร่กระจายของพันธุ์ทุเรียนจากจังหวัดนครศรีธรรมราชมายังกรุงเทพ ฯ ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. ๒๓๑๘ และมีการทำสวนทุเรียนจังหวัดนนทบุรี ในตำบลบางกร่าง คลองบางกอกน้อยตอนใน โดยขุนบริเวณ (เปี่ยม ฉิมน้อย) ในระยะแรกเป็นการขยายพันธุ์
ด้วยเมล็ดและพัฒนามาเป็นการปลูกด้วยกิ่งตอนจากพันธุ์ดี ๓ พันธุ์ คือ พันธุ์อีบาต ทองสุก และการะเกด ในสมัยก่อนทุเรียนปลูกกันเพียง ๓ อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบางกรวย และอำเภอบางใหญ่ ต่อมาขยายไปที่อำเภอปากเกร็ดและบางตำบลในอำเภอบางบัวทอง แหล่งปลูกทุเรียนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนนทบุรี อยู่ที่บ้านหม้อ ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมือง

          ในระยะหลังสวนทุเรียนในจังหวัดนนทบุรีประสบปัญหาหลายอย่าง ทั้งน้ำท่วมใหญ่หลายครั้งทำให้ล่มไปหลายสวนเหลืออยู่เพียงจำนวนน้อย เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๕ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปจังหวัดนนทบุรี พระองค์ทรงสนพระทัยการทำสวนทุเรียนอย่างมาก ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๒๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มีการศึกษาวิจัยโครงการ
“การศึกษาวิจัยสิ่งแวดล้อมเรื่อง น้ำ-ดิน ของสวนทุเรียนจังหวัดนนทบุรี และการกำจัดของเสียสิ่งขับถ่ายของคนให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล ทำเป็นปุ๋ยหมักธรรมชาติสำหรับพืช ต้นไม้และต้นทุเรียน” หรือที่เรียกว่า “โครงการปุ๋ยทุเรียน
สูตรพระราชทาน” เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริเรื่องการอนุรักษ์พันธุ์ทุเรียนของจังหวัดนนทบุรี จึงทำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับจังหวัดนนทบุรี ทำการศึกษาวิจัยพันธุ์ทุเรียนที่เหมาะสมกับลักษณะของพื้นที่ต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการฟื้นฟูสวนทุเรียนที่ถูกน้ำท่วม เพื่อช่วยเหลือราษฎรเจ้าของสวน โดยดำเนินการปรับปรุงดินใช้ดินจากสวนทุเรียนนนท์ จัดทำเป็นร่องสวน กำหนดพื้นที่ในการปลูกและการระบายน้ำทำร่องสวน

          ทุเรียนนนท์ เป็นทุเรียนชั้นหนึ่ง มีชื่อเสียงเลื่องลือถึงรสชาติที่อร่อยโดยเฉพาะพันธุ์ก้านยาว ประชาชนให้ความนิยมมาตั้งแต่อดีต ทำให้มีราคาสูงและหากินยาก ทุเรียนนนท์หายไปจากความนิยมช่วงหนึ่ง เนื่องจากความเจริญของสังคมเมือง สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมการทำสวนทุเรียนของชาวนนทบุรีเริ่มสูญหาย ปัจจุบันชาวนนทบุรีเริ่มกลับมาปลูกทุเรียนเพิ่มมากขึ้น เนื่องมาจากราคาทุเรียนนนท์ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ ๕๐ เท่า โดยเฉพาะหมอนทองและก้านยาว รวมถึงการได้รับตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI : Geographical  Indication) ว่าเป็นทุเรียนนนทบุรีพันธุ์แท้และใช้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในการปลูกทุเรียน ตั้งแต่การทำสวนยกร่อง การปลูกทุเรียน การเตรียมดิน การเลือกชนิดพันธุ์ทุเรียน การปฏิบัติดูแลรักษา ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงให้ผล การเก็บเกี่ยวผล แต่ละขั้นตอนต้องใช้ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ รวมทั้งการเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด

          ภูมิปัญญาการทำสวนแบบสวนยกร่อง เนื่องจากสภาพแวดล้อมของพื้นที่สวนเป็นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีคลองเชื่อมต่อหลายสาย ทำให้น้ำพัดพาตะกอนมาทับถมอยู่ตลอด ส่งผลให้ลำคลองตื้นเขิน เรียกว่าเป็นสวนเชิงเลน ชาวสวนได้ใช้ประโยชน์จากดินเชิงเลน ลอกขึ้นมาพอกโคนต้นไม้เป็นสารอาหารหรือปุ๋ยแก่ต้นไม้ และปลูกต้นไม้แบบยกร่อง เพื่อป้องกันน้ำท่วมในช่วงน้ำหลาก ส่วนบริเวณที่ดินบนตลิ่งเป็นสวนดอน ดินที่อยู่
ขางในเปนดินเหนียวหรือดินดาน เนื้อแน่น น้ำไหลผ่านไม่ได้ ต้องปลูกต้นไม้แบบยกร่อง โดยการขุดหน้าดินขึ้นมากลบให้สูง ปิดดินดาน การทำสวนแบบยกรอง คือการขุดดินขึ้นมาถมให้เป็นคันสูง เรียกว่า
“อกร่อง” พื้นที่ที่ขุดดินขึ้นมาถมจะเกิดเป็นรองเรียกวา “ทองรองสวน” สวนที่เปนเชิงเลนไมนิยมใหมีน้ำรอบคันสวนทั้งสี่ดาน แต่จะมีด้านหรือสองด้านที่เปนท้องรอง เพื่อที่จะอาศัยรองสวนยันน้ำชวงน้ำหลากไมใหคันสวนลม ทุกร่องสวนส่วนใหญ่
จะเชื่อมโยงถึงกันหมด และเชื่อมต่อไปยังลำธารสาธารณะขนาดเล็กหรือลำประโดง ซึ่งเป็นแนวแบ่งพื้นที่สวนด้วย โดยมีท่อน้ำนำน้ำเข้าออกสวน ชาวสวนนิยมปลูกต้นทองหลางตามแนวร่องและปลูกพลูหรือพริกไทยใต้ต้นทองหลาง พลูจะเลื้อยขึ้นตามต้นทองหลาง โดยอาศัยน้ำเลี้ยงจากต้นทองหลาง ต้นทองหลางจะช่วยพรางแสง ส่วนของรากจะเป็นปุ๋ยช่วยอุ้มน้ำเอาไว้ และใบของต้นทองหลางจะร่วงหล่นลงในท้องร่องสวน ทำให้เกิดการทับถมของใบทองหลางและใบไมอื่น ๆ ในสวน รวมทั้งวัชพืช เมื่อหมักอยูในทองรองเปนเวลา ๑ ปี จะกลายเปนธาตุอาหารมีประโยชนกับตนไมหรือเรียกวาปุยตามรองสวน

          ภูมิปัญญาการปลูกทุเรียน ชาวสวนทุเรียนนนทบุรีได้สืบทอดภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษมาทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมดิน การเลือกชนิดพันธุ์ทุเรียน การปฏิบัติดูแลรักษา ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงให้ผล และการเก็บเกี่ยวผล

            (ก) ขั้นตอนการเตรียมดิน กอนเตรียมดินจะตองถางหญาบริเวณสวนและรองสวนใหสะอาด ถาจะปลูกทุเรียนประเภทเบา ใช้ระยะห่างระหวางตน ๓ เมตร ถาจะปลูกทุเรียนประเภทหนักและพันธุกลาง ต้องเอาดิน
ที่ติดกับรากออกเสียบ้าง วางกิ่งลงตรงกลางโคก ใชไมปกตามระยะที่กะไว้ ฟันดินให้เป็นรูปมนกลม มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๑.๕ เมตร ย่อยดินให้เล็กลง พูนดินให้เป็นโคก มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๑ เมตร
สูง ๕๐ - ๖๐ เซนติเมตร บางคนเตรียมดินแบบยกโคก โคกไม่สูงมาก เมื่อทุเรียนโตขึ้น รากจะแผ่ออกและจะต้องตั้งให้ตั้งตรงโดยใชไม้ปักขนาบไว้ จัดรากให้เรียบร้อยแล้วกลบให้มิดราก นอกจากนี้ยังมีการเตรียมดินแบบขุดหลุม ทำคอกขึ้นมาเอาทุเรียนไว้ในคอก บางคนทำรางเอาน้ำขังคอกไว้เพื่อป้องกันปลวกและแมลงไปกินราก บางคน
ใช้ไม้ไผ่ ไม้หมาก รองหลุมทำให้ดินโปร่ง

          (ข) ขั้นตอนการปลูก ทุเรียนที่นำมาปลูกควรเปนทุเรียนที่ชำไวจนตั้งตัวได้ดีแล้ว แตไม่ควรเกิน ๑ ปี ใช้ทางมะพร้าวปักริมโคก เพื่อให้ร่ม ใส่ปุ๋ยและขี้เลน การเตรียมดินแบบขุดหลุมควรปลูกในต้นฤดูฝน คือ ราวเดือนพฤษภาคม และควรปลูกเวลาเช้าหรือเย็น โดยให้หน้าใบสู้แดด คือ ให้หันไปทางทิศตะวันตก ในอดีตมีความเชื่อว่าทุเรียนควรปลูกในวันพฤหัสบดี ก่อนปลูกทุเรียนควรปลูกต้นกล้วยน้ำว้าใกล้ ๆ ทั้ง ๔ ด้านก่อนสัก ๒ เดือนและควรปลูกต้นทองหลางไปด้วยกัน ต้นกล้วยจะช่วยเป็นร่มบังแดดในฤดูแล้ง เมื่อต้นทุเรียนมีอายุได้ ๒ ปี ต้นทองหลางเจริญเติบโตพอจะเป็นร่มได้แล้ว จึงตัดกล้วยออก

          (ค) การบริหารจัดการน้ำ ร่องสวนส่วนใหญ่จะเชื่อมโยงถึงกันต่อไปยังลำธารสาธารณะขนาดเล็กหรือลำประโดง ซึ่งต่อจากคลองใหญ่เข้ามา โดยมีท่อน้ำนำน้ำเข้าออกสวนเพื่อบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับ
ความต้องการของต้นทุเรียนและสภาพแวดล้อม ในอดีตชาวสวนจะใชตนตาลต้นใหญ่ ยาวประมาณ ๕ - ๖ ศอก หรือความยาวที่มีขนาดมากกว่าทองคันสวน ทะลวงเอาไสแกนออกใหกลวงเหมือนท่อน้ำ แล้วนำไปวางตามขวางกับทองคันสวน เรียกว่า ทอน้ำเขา - ออก ทอปลายอีกดานถากใหกลมเล็กกว่าทอน้ำประมาณ ๒ ศอก ทํากระบังเปนวงกลมหนาขนาดฝามือ ปลายอีกดานถากเปนสี่เหลี่ยมผืนผาหนาจนสุดปลายไม เจาะรูตรงกลางเปนวงกลม ใหไมไผลําใหญสอดไดใกลกับกระบังแล้วเอาใบหมากแหงลอมเปนวงกลม เอาใบตองแหงพันรอบใบหมาก เรียกวา“เสวียน” เสวียนจะแนบกับกระบัง ชวยกันน้ำไมใหไหลเขาหรือออก แต่ถาจะใหน้ำออกจากสวน ต้องเอาลูกทอไวนอกสวน ตองหมั่นสังเกตเสวียนและคอยเปลี่ยนเสมอเมื่อใบตองแหงเปอย
การเก็บกักน้ำในร่องสวนเป็นภูมิปัญญาสำคัญที่ทำให้ทุเรียนนนท์มีรสชาติอร่อยต่างจากแหล่งอื่น ในปัจจุบันชาวสวนทุเรียนนนท์หลายสวนยังคงใช้วิธีนี้

          (ง) การลอกทองรอง เป็นการนําขี้โคลนที่เกิดจากการทับถมของใบไมขึ้นมาเปนปุยใหกับต้นไม้ ผลประโยชน์ที่ตามมา คือ ปลาและสัตว์น้ำต่าง ๆ ในร่องสวน ชาวสวนที่มีลำประโดงร่วมกันจะช่วยกันลอกท้องร่อง หรือในกรณีที่ไม่สามารถมาร่วมช่วยได้ ก็จะช่วยเป็นเงิน

          (จ) การปฏิบัติดูแลรักษา ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงให้ผล

          (ฉ) การเก็บเกี่ยวผล

          ภูมิปัญญาในการคัดเลือกสายพันธุ์ทุเรียน พันธุ์ทุเรียนนนท์เป็นชนิดทุเรียนปลูก ปัจจุบันมี ๒ ลักษณะ คือ พันธุ์ทางการค้า  ได้แก่ ก้านยาว หมอนทอง  ชะนี กระดุม และพันธุ์ดั้งเดิม ได้แก่ กบแม่เฒ่า กบชายน้ำ ย่ำมะหวาด ก่ำปั่นขาว กำปั่นพวง

          ภูมิปัญญาในการบริโภคทุเรียน การทำเป็นอาหารและการแปรรูป

          ภูมิปัญญาในการสร้างค่านิยมที่พึงประสงค์ร่วมกัน เพื่อการอยู่ร่วมกันโดยสันติ แสดงออกผ่านประเพณี พิธีกรรม ได้แก่ ประเพณีลงแขกลอกท้องร่องสวน (ค่านิยมเรื่องความสามัคคี การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน) ประเพณีทำบุญสลากภัตทุเรียน (ค่านิยมเรื่องความกตัญญูและการทำบุญทำทานเมื่อได้ผลผลิต)

          ปัจจุบันนอกจากชาวสวนทุเรียนดั้งเดิมยังคงรักษาพื้นที่สวนทุเรียนไว้ได้ในบางสวน ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานความช่วยเหลือแก่เกษตรกร เช่น การพระราชทานกิ่งพันธุ์ การจัดทำโครงการอนุรักษ์สวนทุเรียนไทย (ทุเรียนนนท์) รวมทั้งจากองค์กรภาครัฐและเอกชน เช่น ชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูทุเรียนไทย (ทุเรียนนนท์) ได้ดำเนินการอบรม แจกจ่ายพันธุ์ไม้และให้คำปรึกษา จนทำให้ชาวสวนเริ่มตื่นตัวที่จะพลิกฟื้นสวนทุเรียนให้กลับมามีสภาพสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง

โดยสรุปแล้ว จังหวัดนนทบุรีเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา อันเนื่องมาจากตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์และจากภูมิปัญญาในการทำสวนของชาวสวนนนทบุรี และภูมิปัญญาในการคัดเลือกสายพันธุ์ทุเรียนจึงทำให้ได้ผลทุเรียนเนื้อหนา ละเอียดนุ่ม รสชาติหวานอร่อย เป็นที่เลื่องลือ ทุเรียนนนท์จึงมีราคาสูง และเป็นที่ต้องการของตลาด นำรายได้เข้าสู่ชุมชนและจังหวัดนนทบุรี  เมื่อชาวสวนนนทบุรีประสบปัญหาในเรื่องน้ำท่วมหลายครั้งหลายหน ทำให้ต้นทุเรียนล้มตายไปจำนวนมาก จึงได้แสวงหาแหล่งผลิตใหม่ที่จังหวัดในภาคตะวันออก และได้นำภูมิปัญญาการทำสวนทุเรียนไปปรับสร้างสวนทุเรียนต่อไปในจังหวัดภาคตะวันออก เช่น จันทบุรี ระยอง ปราจีนบุรี เป็นต้น

          ดังนั้น อัตลักษณ์ของชาวสวนนนทบุรี คือ วัฒนธรรมชาวสวนที่มีความประณีตในการทำสวน การดำเนินวิถีชีวิต การสร้างค่านิยม ประเพณีและวัฒนธรรมของการอยู่ร่วมกัน โดยมีพื้นฐานของการดูแลรักษาพันธุ์ทุเรียน คู คลอง ร่องสวน วัดและชุมชนเป็นสำคัญ

          โดยในขณะนี้ชาวสวนทุเรียนนนทบุรี ได้รวมตัวกันก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์ทุเรียนไทย (ทุเรียนนนท์) โดยมีการประทับตราสวนบนก้านทุเรียน เพื่อรับประกันคุณภาพให้แก่เจ้าของสวน การจัดงานเทศกาลทุเรียนไทย
(ทุเรียนนนท์) ที่วัดใหญ่สว่างอารมณ์ และหน่วยงานเอกชนต่าง ๆ  นอกจากการรวมกลุ่มเพื่อจำหน่ายทุเรียนที่มีคุณภาพแล้ว ยังมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างชาวสวนทุเรียนไทย (ทุเรียนนนท์) ด้วยกัน นอกจากนี้ ทางสถาบันการศึกษา ก็ได้ร่วมกันสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมการปลูกทุเรียนไทย โดยใช้ภูมิปัญญาของสวนทุเรียนไทย (ทุเรียนนนท์) แบบเดิม เช่น การยกโคนต้นเป็นโคก การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ การปลูกต้นทุเรียนในโรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม โรงเรียนสตรีนนทบุรี โรงเรียนเขมพิทยา

ปัจจุบันมีการปลูกทุเรียนนนท์ในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดนนทบุรี เป็นจำนวนทั้งสิ้นกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ “ทุเรียนนนท์” ได้รับการอนุรักษ์ และเผยแพร่ รวมทั้งให้การสนับสนุนโดยตรงจากสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี ในโครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์สวนทุเรียนนนทบุรีอย่างยั่งยืนตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ทำให้เกษตรกรได้รับความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องในการปลูก ขยายพันธุ์ รวมทั้งด้านการตลาด ดังจะเห็นได้จากการประมูลทุเรียนในแต่ละปีมีราคาสูงมาก และการจำหน่ายไม่ได้กำหนดราคาต่อกิโลกรัมเหมือนทุเรียนทั่วไป แต่เป็นการจำหน่ายยกลูก ซึ่งราคาปัจจุบันอยู่ที่ลูกละ ๓,๐๐๐ - ๕,๐๐๐ บาท อีกทั้งในฤดูทุเรียนให้ผลผลิต ในแต่ละปีจะมีการจองซื้อถึงสวน ซึ่งในด้านการตลาดถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก จึงควรมุ่งเน้นในด้านการส่งเสริมและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สายพันธุ์ดั้งเดิมมากกว่า รวมทั้งการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ให้มีรสชาติที่ดี ซึ่งถือเป็นการต่อยอดในเรื่องการพัฒนาพันธุ์ทุเรียนนนท์

ทุเรียนนนท์ ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒ และได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ภายใต้ชื่อ “ทุเรียนนนท์” เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๔๘

 

เอกสารอ้างอิง

กรมทรัพย์สินทางปัญญา. ประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

ทุเรียนนนท์ ทะเบียนเลขที่ สช ๕๕๑๐๐๐๔๒. สืบค้นจาก

http://www.ipthailand.go.th/th/gi-011/item/42-สช-55100042-ทุเรียนนนท์-2.html

เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๓.

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๒). มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๒.

กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.