Print

ภาษาชาติพันธุ์ (ภาคใต้) : ภาษาอูรักลาโวยจ

ภาษาชาติพันธุ์ (ภาคใต้) : ภาษาอูรักลาโวยจ

urak-2 urak-3

อูรักลาโวยจ หรือชื่อที่คนทั่วไปรู้จักคือ ชาวเล ชาวนํ้า หรือชาวไทยใหม่ อาศัยอยู่บริเวณที่เป็นหมู่เกาะทางใต้ของประเทศไทย คำว่า “อูรัก” หมายถึง “คน” “ลาโวยจ” หมายถึง “ทะเล” เป็นคำเรียกที่กลุ่มชาติพันธุ์นี้ใช้เรียกชื่อกลุ่มและภาษาของตนเอง ภาษานี้จัดอยู่ในตระกูลออสโตรนีเชียน สาขามาลาอิก ภาษานี้มีความแตกต่างกับกลุ่มมอแกนและมอแกลน แม้จัดอยู่ในตระกูลภาษาเดียวกันก็ตาม

          อูรักลาโวยจ มีถิ่นฐานอยู่บนเกาะสิเหร่ หาดราไวย์ บ้านสะปำ จังหวัดภูเก็ต จนถึงทางใต้ของเกาะพีพีดอนเกาะจำ เกาะลันตาใหญ่ จังหวัดกระบี่ เกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ เกาะราวี จังหวัดสตูล และบางส่วนอยู่ที่เกาะลิบงจังหวัดตรัง นอกจากนี้ ยังอาศัยอยู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศมาเลเซีย ขณะนี้ชาวอูรักลาโวยจได้ตั้งถิ่นฐานอย่างถาวร ประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง รับจ้างทำสวน และอาชีพอื่น ๆ และซึมซับวัฒนธรรมไทยมากขึ้น ชาวอูรักลาโวยจมีพิธีกรรมที่สำคัญคือ พิธีลอยเรือ “อารี ปาจัก” เพื่อกำจัดเคราะห์ร้ายออกไปจากชุมชน โดยจะจัดปีละ ๒ ครั้ง คือ เดือน ๖ และ เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ คํ่า และมีการละเล่น “รองเง็ง” และดนตรีรำมะนา

          มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ในอดีตชาวอูรักลาโวยจอาศัยอยู่บริเวณเทือกเขากูนุงยีรัยจ ในแถบชายฝั่งทะเลในรัฐเกดะห์ (ไทรบุรี) ยังชีพด้วยการท่องเรือตามหมู่เกาะ และหาปลาในทะเล พวกเขามีความสามารถในการดำนํ้าทะเลลึก จากนั้นก็เดินทางเข้ามาสู่ในน่านนํ้าไทย แถบทะเลอันดามัน ในช่วงแรกยังมีวิถีชีวิตแบบเร่ร่อน โดยอาศัยเรือไม้ระกำเป็นที่อยู่และพาหนะ และใช้กายัก หรือแฝกสำหรับมุงหลังคาเป็นเพิงอาศัยบนเรือ หรือเพิงพักชั่วคราวตามชายหาดในฤดูมรสุม นอกจากนี้ ยังมีตำนานเล่าว่าชาวอูรักลาโวยจเคยมีบรรพบุรุษเดียวกับชาวมอแกนและเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในทะเลมานาน โดยเชื่อกันว่าเกาะลันตาเป็นสถานที่แห่งแรกที่ชาวอูรักลาโวยจตั้งถิ่นฐาน แต่พวกเขาก็ยังอพยพเร่ร่อนอยู่เรื่อย ๆ โดยโยกย้ายไปตามหมู่เกาะต่าง ๆ และพักพิงที่เกาะนั้น ๆ และกลับมาที่เดิม แต่ทุกกลุ่มยังคงมีความสัมพันธ์ไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ ถือว่าเป็นสังคมเครือญาติใหญ่

          ภาษาอูรักลาโวยจ มีเสียงพยัญชนะต้นเดี่ยว ๒๒ หน่วยเสียง คือ /ก กฺ ค ง จ ช ซ ญ ด ต ท น บ ป พ ม ย ร ล ว อ ฮ/ เสียงพยัญชนะสะกดมี ๑๑ หน่วยเสียง คือ /-ก -ง -ด -น -บ -ม -ย -ยจ -ยฮ -ว -ฮ/ เสียงสระเดี่ยวมี ๘ หน่วยเสียง คือ /อา อี อู เอ แอ โอ ออ เออ/ เสียงสระประสม ๒ หน่วยเสียง คือ /อัว เอีย/ ความสั้นยาวของเสียงสระไม่ทำให้ความหมายเปลี่ยนแปลง โดยปกติเสียงสระในพยางค์ที่ไม่มีตัวสะกดจะยาวกว่าเสียงสระในพยางค์ที่มีตัวสะกด เช่น เกอตับ = ปู อีกัด = ปลา ซาโวฮ = สมอเรือ ภาษานี้ไม่มีระบบเสียงวรรณยุกต์ แต่การเปลี่ยนทำนองเสียงในประโยคจะทำให้ความหมายของประโยคเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ปี มานี <ไป-อาบนํ้า> = ไปอาบนํ้า ถ้าพยางค์ท้ายเป็นเสียงตก แสดงว่าเป็นประโยคบอกเล่า แต่ถ้าพยางค์ท้ายเป็นเสียงสูง-ตก แสดงว่าเป็นประโยคคำถาม การเรียงคำในประโยคมีลักษณะแบบ ประธาน – กริยา – กรรม เช่น กู มากัด นาซี <ฉัน-กิน-ข้าว> = เรากินข้าว กีตา บารี ญาแญะ บูเกะ <เรา-วิ่งหนี-ขึ้น-เขา> = เราวิ่งหนีขึ้นเขา ส่วนประโยคปฏิเสธ จะมีคำว่า ฮอยเตด นำหน้าคำกริยา เช่น กู ฮอยเตด ซูกา มากัด นาซี <ฉัน-ไม่-ชอบ-กิน-ข้าว> = ฉันไม่ชอบกินข้าว, ฮอยเตด บรี มากัด <ไม่-ให้-กิน> = ไม่ให้กิน ฮอยเตด บรี ตี <ไม่-ให้-ไป> = ไม่ให้ไป เป็นต้น

          หลายปีมานี้ชาวอูรักลาโวยจ ต้องเผชิญปัญหาเนื่องมาจากการพัฒนาการท่องเที่ยว ส่งผลต่อที่ทำกินและที่อยู่อาศัย จนเกรงกันว่าภาษาและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาจะสูญหายไป ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ชาวอูรัก
ลาโวยจ
เกาะลันตาใหญ่ จังหวัดกระบี่ ได้ร่วมมือกันอนุรักษ์ พัฒนา และฟื้นฟูภาษาและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยการพัฒนาระบบตัวเขียนภาษาอูรักลาโวยจอักษรไทยขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือในการบันทึกเรื่องราวและ
ภูมิปัญญาต่าง ๆ ของบรรพชนไว้สำหรับเป็นมรดกของลูกหลานและของชาติต่อไป

urak-4

ภาษาอูรักลาโวยจ ได้รับการประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖

 

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๐). ภาษา. กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.