Print

ตำนานบุคคลสำคัญในภาคเหนือ : ตำนานจามเทวี

ตำนานบุคคลสำคัญในภาคเหนือ : ตำนานจามเทวี[1]

22080763 21080763

 

         ตำนานจามเทวีเป็นตำนานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของอาณาจักรหริภุญไชยและล้านนา ปรากฏอยู่ทั้งเรื่องเล่าแบบมุขปาฐะในสำนวนของชาวบ้านเขตเชียงใหม่ ลำพูนและลำปาง รวมถึงวรรณกรรมลายลักษณ์ เรื่องจามเทวีวงศ์พงศาวดารเมืองหริภุญไชย เป็นหนังสือที่รจนาขึ้นโดยพระโพธิรังสี พระเถระชาวล้านนา ในช่วงเวลาระหว่าง พ.ศ. ๒๐๓๙-๒๐๖๘ ในยุคสมัยของพระญาเมืองแก้วแห่งราชวงศ์มังราย ต้นฉบับแต่งเป็นภาษาบาลี แปลเป็นภาษาไทยโดย พระปริยัติธรรมธาดา (แพ ตาละลักษมณ์) และพระญาณวิจิตร (สิทธิ์ โลจนานนท์) เปรียญธรรม

          เนื่องจากเนื้อหาของเรื่องตำนานจามเทวีวงศ์ มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับประวัติการเข้ามาของพุทธศาสนาในเขตหริภุญไชยและเรื่องความเป็นมาของเมืองหริภุญไชย โดยเริ่มเรื่องตามธรรมเนียมของตำนานศาสนาทั่วไปที่เกี่ยวกับการเสด็จมาของพระพุทธเจ้าเพื่อมาโปรดเวไนยสัตว์ในอาณาจักรหริภุญไชย ดังนั้น เนื้อหาจึงมีความเกี่ยวข้องกับหนังสือตำนานศาสนาในเรื่องอื่น ๆ อยู่ด้วย เช่น ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ตำนานสิงหนวัติกุมาร ชินกาลมาลินีหรือชินกาลมาลีปกรณ์ ตำนานมูลศาสนา เหล่านี้เป็นต้น

          เนื้อเรื่องจากต้นฉบับภาษาบาลีและคำแปลของพระโพธิรังสี ฉบับแปลโดยพระปริยัติธรรมธาดา แบ่งเนื้อหาออกเป็น ๑๕ ปริเฉท เนื้อความโดยย่อจากเรื่องทั้งหมด กล่าวถึงเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์สถานที่ประดิษฐานพระเสรีธาตุ เรื่องการเกิดของพระฤาษี ๔ องค์ ฤาษีวาสุเทพกับสุกกทันต์สร้างเมืองหริภุญชัยนคร พระฤาษีสุกกทันตฤาษี ขอนางจามเทวีราชธิดาพระเจ้าละโว้ไปครองหริภุญชัยนคร ต่อมามีพระยามิลักขุ ชื่อ ติลังกะ ยกทัพมาหวังจะยึดหริภุญไชยนคร พระเจ้ามหันตยศเตรียมสู้รบจนเป็นสงครามของสองกุมารกับพระเจ้ามิลักขราช จากนั้นเป็นเรื่องของพิธีราชาภิเษกพระเจ้ามหันตยศและอนันตยศตามด้วยการสร้างเมืองเขลางค์นคร การสร้างอาลัมพางคนคร จนถึงตอนที่พระนางจามเทวีสิ้นพระชนม์แล้วมีลำดับกษัตริย์อีก ๒๘ พระองค์ทรงครองราชย์สืบมา จากนั้นว่าด้วยแผ่นดินพระเจ้าอาทิตยราชและสงครามพระเจ้าอาทิตยราชกับพระเจ้าละโว้ และปริเฉทสุดท้ายว่าด้วยพระเจ้าอาทิตยราชพบพระบรมธาตุจนรุ่งเรืองคู่เมืองหริภุญชัยมาตราบทุกวันนี้

          เรื่องราวทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ นอกจากจะมีการบันทึกในงานวรรณกรรมลายลักษณ์ทั้งในรูปของตำนานและประวัติศาสตร์โดยตรงแล้วยังปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าและความทรงจำของชาวบ้านในท้องถิ่น เช่นชาวบ้านหนองสลีก บ้านหมูเปิ้ง บ้านหนองดู่ ในเขตจังหวัดลำพูน เล่าว่า พระนางจามเทวีเป็นลูกสาวชาวบ้าน เกิดที่บ้านหนองดู่ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน นี้เอง ต่อมาได้ไปเรียนวิชาที่เมืองละโว้ และได้กลับมาครองเมืองหริภุญชัยในภายหลัง นอกจากนี้ยังมีการรจนาบทกวีนิพนธ์เรื่องกาพย์เจี้ยจามเทวีและวิรังคะ นอกจากนี้ยังปรากฏจิตรกรรมฝาผนังจากเรื่องตำนานพระนางจามเทวีที่วัดพระบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และจิตรกรรมฝาผนังที่วัดจามเทวี อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และปัจจุบันมีการสร้างอนุสาวรีย์พระนางจามเทวีที่ทางแยกเข้าเมืองลำพูน มีการสร้างรูปเคารพและเครื่องรางของขลังเกี่ยวกับพระนางจามเทวีในรูปแบบต่างๆ           

ตำนานจามเทวี ได้รับการประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔

 

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๐). วรรณกรรมพื้นบ้าน. กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.



[1] เรียบเรียงโดย กลุ่มศูนย์ข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม