Print

มรดกภูมิปัญญาการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ : ด้านวรรณกรรมพื้นบ้านเกี่ยวกับการรักษา

มรดกภูมิปัญญาการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ : ด้านวรรณกรรมพื้นบ้านเกี่ยวกับการรักษา[1]

ตำรายาหลวงปู่ศุข

ตำรายาหลวงปู่ศุข เป็นตำราที่รวบรวมสูตรและขั้นตอนกรรมวิธีการทำยาสมุนไพรรักษาโรคของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท โดยหลวงปู่ศุขเป็นพระภิกษุสำคัญองค์หนึ่งที่มีชื่อเสียงในฐานะมีวิทยาคุณและมีความรู้ทางการแพทย์พื้นบ้าน ซึ่งในขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้น เรื่องของการใช้สมุนไพรต่าง ๆ รักษาให้กับบุคคลทั่วไปไม่ได้มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานตำรา แต่ปัจจุบันยังคงปรากฏเป็นตำรับตำรายาที่มีการใช้อยู่โดยมีผู้สืบทอด ซึ่งยืนยันว่าเป็นตำรายาที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงปู่ศุขอย่างแท้จริง

 

tale01 tale02
 

ตำรายาหลวงปู่ศุขนั้นเป็นตำรายาสมุนไพรที่มีลูกศิษย์ผู้สืบทอดและเก็บรักษาไว้ด้วยกันทั้งหมด จำนวน ๑๑ สาย ดังนั้น การเปิดเผยสูตรตำรายาของหลวงปู่ศุข จึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความพยายามเข้าไปพูดคุยกับผู้ครอบครองตำรายาแต่ละราย ผู้ครอบครองบางรายได้เสียชีวิตไปแล้ว โดยปัจจุบันมีผู้ครอบครองตำรายาหลวงปู่ศุข จำนวน ๔ ราย ที่อนุญาตให้เปิดตำรายาและพิมพ์เผยแพร่สูตรตำรายาสมุนไพรนี้ให้กับผู้สนใจนำไปค้นคว้าเพิ่มเติม ปัจจุบันตำรายาหลวงปู่ศุขถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้มาตรฐานของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ส่งผลให้มีการนำตำรายาหลวงปู่ศุขไปใช้ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหลาย ๆ พื้นที่ จนกระทั่งตำรายาหลวงปู่ศุขได้รับการประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖

 

ตำนานเขาสาปยา (เขาสรรพยา)

          เขาสรรพยาเป็นภูเขาที่สูงและใหญ่ที่สุดในอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท โดยเป็นภูเขาลูกโดดที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนาและเป็นที่ตั้งของวัดเขาสรรพยา ชื่อภูเขา ชื่อตำบลและชื่ออำเภอสรรพยานั้น มีที่มาจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์เช่นเดียวกับชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ในบริเวณเขตจังหวัดใกล้เคียง เช่น เมืองลพบุรี ทุ่งพรหมาสตร์ ทะเลชุบศร ในจังหวัดลพบุรี เป็นต้น วรรณคดีดังกล่าวได้กล่าวถึงเขาสรรพยา ตอนกุมภกรรณพุ่งหอกโมกขศักดิ์ถูกพระลักษมณ์จนสลบไป เนื่องจากเป็นหอกศักดิ์สิทธิ์ สมุนฝ่ายพระลักษมณ์จะแก้ไขอย่างใด ก็หาเขยื้อนไม่ ในที่สุดพิเภกจึงทูลพระรามว่า

                             ซึ่งพระน้องต้องหอกอสุรินทร์      ยังไม่สิ้นชีวันสังขาร์

                             แม้นได้สังกรณีตรีชวา               กับปัญจมหานที

                             ประสมเป็นโอสถบดพอก            ให้แก้หอกโมกขศักดิ์ยักษี

 

                             พระลักษมณ์ก็จะคืนสมประดี        ภูมีจงดำริตริการ ฯ

 

          พระรามจึงมีบัญชาให้หนุมานไปเก็บต้นยาสังกรณีตรีชวา ซึ่งอยู่ที่เขาสรรพยามารักษาพระลักษมณ์


                             ครั้นถึงสรรพยาสิงขร                วานรลงเดินริมเนินผา

 

                             ร้องเรียกสังกรณีตรีชวา             อยู่ไหนออกมาอย่าช้าที

 

                             ได้ยินขานข้างล่างลงไปค้น          กลับขึ้นไปกู่อยู่บนคีรีศรี

 

                             จึงเอาหางกระหวัดรัดคีรี            มือกระบี่คอยจับสรรพยา ฯ


tale03 tale04
 

          เขาสรรพยาในเรื่องรามเกียรติ์ที่กล่าวมานี้เชื่อกันว่า คือ เขาสรรพยา ที่ตำบลสรรพยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาทนี้เอง จะเห็นได้ว่าตำนานเขาสาปยา (เขาสรรพยา) มีลักษณะเหมือนนิทานประจำถิ่นของชาวบ้าน ถือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สามารถใช้ถ่ายทอดเรื่องราวและรากเหง้าตัวตนของผู้คนในพื้นที่อำเภอสรรพยา โดยนอกจากเขาสรรพยาจะเป็นที่มาของมรดกภูมิปัญญาทางวรรณกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นแหล่งพืชสมุนไพรที่สำคัญ ดังปรากฏหลักฐานตามความตอนกล่าวถึงเขาสรรพยาในโคลงนิราศนครสวรรค์แต่งโดยพระศรีมโหสถ ในโอกาสโดยเสด็จสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหหยาตราทางชลมารคไปเมืองนครสวรรค์เพื่อรับช้างเผือก

จากการสำรวจข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอสรรพยา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ พบว่า มีพืชสมุนไพรที่หายากจำนวนมากกว่าร้อยชนิด โดยเฉพาะต้นสังกรณีตรีชวา ซึ่งมีสรรพคุณหากนำไปต้มรับประทาน จะช่วยรักษาโรคหืดหอบได้ ดังนั้น จึงมีการพัฒนา ปรับปรุง อนุรักษ์พืชสมุนไพรต่าง ๆ ที่เขาแห่งนี้ เพื่อทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นของคนในชุมชน โดยเฉพาะหน่วยงานท้องถิ่นเล็งเห็นความสำคัญในการนำมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมมาปรับใช้ในวิถีชีวิตให้สอดคล้องตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับวิถีชุมชน จึงได้นำตำนานเขาสาปยา (เขาสรรพยา) มาถ่ายทอด สืบสานและพัฒนาต่อยอดสู่การดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนในภูมิภาคนี้

 

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๑). มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๑.กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๒). มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๒.กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.



[1] เรียบเรียงโดย กลุ่มศูนย์ข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม