Print

ประเพณีการล่องสะเปา เดือนยี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่

ภูมิปัญญาอันเกี่ยวเนื่องกับประเพณีลอยกระทงในไทย :

ประเพณีการล่องสะเปา เดือนยี่เป็งจังหวัดเชียงใหม่

คำว่า “สะเปา” เป็นคำเดียวกับคำว่า “สำเภา” โดยทั่วไป หมายถึง เรือเดินทะเลที่ใช้แล่นด้วยใบแต่ล้านนาจะหมายถึงเรือบรรทุก สำหรับในเขตวัฒนธรรมล้านนา โดยเฉพาะในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงและแม่น้ำวัง อาทิ เชียงใหม่ ลำพูน และนครลำปาง ซึ่งเป็นเขตวัฒนธรรมหริภุญไชย (ก่อนล้านนา) มาแต่เดิมได้ปรากฏมีประเพณีลอยโขมดหรือลอยสะเปามาแต่โบราณแล้ว เพื่อการลอยเคราะห์ลอยบาปและอุทิศส่งของแก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว

nov64 (21) nov64 (20)

จากหลักฐานที่พบในบริเวณลุ่มน้ำปิง ได้กล่าวไว้ว่า ในสมัยโบราณตามตำนานเมืองลำพูน ฉบับใบลานผูกของวัดบ้านโฮ่งหลวง จังหวัดลำพูน กล่าวถึงการลอยสะเปาทางน้ำในสมัยหริภุญไชยไว้ว่า ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔ ได้เกิดอหิวาตกโรคขึ้นในเมือง ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงพากันอพยพออกจากหริภุญไชยไปอยู่ที่เมืองหงสาวดีเป็นเวลาหลายปี เมื่อทราบข่าวอหิวาตกโรคในเมืองหริภุญไชยได้สงบลงแล้ว จึงต่างพากันเดินทางกลับคืนสู่หริภุญไชย แต่หลายคนไม่ได้กลับมา เนื่องจากมีครอบครัวใหม่ ส่วนผู้ที่กลับมาแล้วคิดถึงญาติพี่น้องที่ยังอยู่เมืองหงสาวดี ในช่วงเดือนยี่เป็ง จึงได้จัดดอกไม้ธูปเทียน เครื่องสักการะ พร้อมทั้ง
เครื่องอุปโภคบริโภคใส่ลงใน
“สะเปา” ลอยลงน้ำแม่ปิง น้ำแม่กวง เพื่อระลึกถึงญาติพี่น้อง จึงเป็นมูลเหตุของการลอยสะเปาหรือลอยกระทงนับแต่นั้นเป็นต้นมา การลอยสะเปา จึงเป็นการทำบุญบริจาคทาน อุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับและแก่ตนเองในภายภพหน้า

ประเพณีล่องสะเปา เดือนยี่เป็ง (เดือนพฤศจิกายน) จะจัดในช่วงวันแรม ๑ ค่ำ หรือวันแรม ๒ ค่ำเดือน ๑๒ เป็นวัฒนธรรมประเพณีของชุมชนที่มีวิถีชีวิตริมน้ำปิง โดยมีความเชื่อว่าตลอดปีได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำเพื่อดำรงชีวิต ดังนั้น ในช่วงเดือนยี่เป็ง ชุมชนต่างพร้อมใจกันการบูชาขอสุมาแม่น้ำปิง โดยนำความเชื่อทางพุทธศาสนาเข้ามาเป็นศูนย์กลางในการทำกิจกรรมรวมกัน และเกิดการรวมตัวกันที่จะร่วมการปฏิบัติสืบสานให้แก่คนรุ่นหลังได้เห็นความสำคัญและปฏิบัติสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นต่อ ๆ ไป

ชุมชนบ้านสันทรายต้นกอก ชุมชนบ้านท่ากระดาษ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นชุมชนเมืองที่มีวัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิตริมแม่น้ำในจังหวัดเชียงใหม่ มีความผูกพันกับแม่น้ำมาตั้งแต่รุ่นบรรพชน
การล่องสะเปา เดือนยี่เป็ง เป็นประเพณีที่ปฏิบัติอยู่ในชุมชนและปฏิบัติต่อ ๆ กันมาอย่างต่อเนื่องตามความเชื่อของชุมชนที่อยู่ใกล้แม่น้ำปิง นอกจากมีการสืบชะตาแม่น้ำแล้ว การล่องสะเปา เดือนยี่เป็ง ยังถือปฏิบัติว่าเป็นการบูชาแม่น้ำอีกด้วย หลังจากยี่เป็งผ่านไปแล้ว ประมาณแรม ๑ ค่ำ หรือแรม ๒ ค่ำ ชุมชนจะร่วมกันจัดกิจกรรมตามประเพณีการล่องสะเปา โดยมีการนัดหมายวันกันเริ่มสร้างเรือสะเปา เช่น
ทำโครงสร้างจากไม้ไผ่ ประดับตกแต่งให้สวยงาม ใช้เวลาประมาณ ๑ – ๒ วัน ในระหว่างการทำก็จะมีการแลกเปลี่ยนทั้งความคิดและการเล่าเรื่องราวประสบการณ์จากผู้สูงอายุ ในส่วนของผู้หญิงก็จะมีการรวมตัวกันประดิษฐ์งานใบตอง เช่น ทำกระทงเล็กไว้สำหรับให้ชาวบ้านมาบูชาลอยในแม่น้ำ เมื่อถึงวันแรม ๑ ค่ำ หรือ แรม ๒ ค่ำ ชาวบ้านทำกิจกรรม เช่น นำของกินของใช้ เช่น ฟัก แตงกวา ข้าวต้ม ขนม มาร่วมใส่ในสะเปาแล้วแต่จิตศรัทธา มีการสละสลุงน้ำขมิ้นส้มป่อย ต่อเคราะห์ส่งนามเอาของที่ไม่ดีที่ติดอยู่ให้ตัวเราใส่ลงในสะเปาล่องแม่น้ำไป ตลอดจนบูชาผางปะติ๊ดใส่ลงในสะเปา

          นอกจากนี้ ในอดีตชาวบ้านวัวลาย ตำบลนันทาราม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นิยมทำสะเปากันที่วัด โดยชาวบ้านช่วยกันทำสะเปาเป็นรูปเรือลำใหญ่ วางบนแพไม้ไผ่ และนำสะตวง พร้อมด้วยข้าวของ
ต่าง ๆ ทั้งหม้อ ไห เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ใส่ลงไปในสะเปา ในช่วงหัวค่ำของวันยี่เป็งจึงพากันหามสะเปา พร้อมแห่ด้วย ฆ้อง กลอง จากวัดไปลอยที่แม่น้ำปิง และทำพิธีเวนทานที่ท่าน้ำก่อนปล่อยสะเปาลอยลงไป ขณะที่สะเปาลอยไปได้ระยะหนึ่ง จะมีคนยากจนคอยดักรอสะเปากลางแม่น้ำ เพื่อนำเอาของอุปโภคต่าง ๆ มาใช้อุปโภคและบริโภค จึงถือเป็นการบริจาคทานอีกรูปแบบหนึ่ง (อ้างอิงข้อมูลจากพระครูอดุลสีลกิตติ์ ฐานวุฑโฒ เจ้าอาวาสวัดธาตุคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่) ปัจจุบันคณะสงฆ์ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ฟื้นฟูวัฒนธรรมการลอยสะเปาขึ้น และต่อมาเทศบาลนครเชียงใหม่ได้สนับสนุนงบประมาณแก่วัดต่าง ๆ ในเขตเทศบาล ฯ สำหรับจัดทำสะเปา เพื่อนำไปลอยตามประเพณีที่แม่น้ำปิง โดยชุมชนต่าง ๆ เช่น บ้านเจ็ดยอด บ้านสันป่าข่อย บ้านวัวลาย ชุมชนนันทาราม ชุมชนหมื่นสาร ชุมชนย่านวัดเกต ฯลฯได้จัดทำสะเปารูปเรือลำใหญ่ นำไปลอยในคืนยี่เป็งที่แม่น้ำปิงบริเวณท่าวัดศรีโขง ตำบลฟ้าฮ่าม

nov64 (14) nov64 (17)

 

ในส่วนของชุมชนวัดเกตุ หลังจากการลอยกระทงทั้งเล็กและใหญ่ ซึ่งถือเป็นประเพณียี่เป็งของเชียงใหม่ได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ยังมีอีกประเพณีหนึ่งที่มีการรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่และทำกันหลังงานยี่เป็งกระทงใหญ่
ผ่านไปแล้ว โดยบริเวณลานวัดเกตการาม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ชุมชนชาววัดเกตได้ร่วมกันรื้อฟื้นประเพณี
“ล่องสะเปาลอยเคราะห์” ที่ถือกันว่าไม่ได้ทำนานแล้วตั้งแต่ก่อนสงครามครั้งที่ ๒ โดยชาวบ้านวัดเกตช่วยกันทำสะเปา (เรือสำเภา) หลวง สะเปาคำ (เรือทองคำ) และสะเปาเงิน (เรือเงิน) โดยวางบนแพไม้ไผ่ตกแต่งให้สวยงามตามแบบฉบับดั้งเดิมโบราณ ด้วยกระดาษแก้ว กระดาษสา โคมไฟ รวมถึงจัดทำสะเปาบริวาร พร้อมกับทำพิธีแบบเก่าโดยพระสงฆ์และปู่อาจารย์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันทำบุญและร่วมบริจาคเสื้อผ้า และปัจจัยบริจาคเพื่อเป็นการทำบุญลอยเคราะห์ทุกข์โศกในโอกาสวันยี่เป็งของชาวล้านนา

 

ก่อนเริ่มทำพิธี มีการแสดงศิลปะพื้นเมืองจากกลุ่มหนุ่ม – สาวของชาววัดเกตการามที่มาร่วมแสดงเพื่อถ่ายทอดศิลปะและวัฒนธรรมของชาวล้านนาที่มีความสัมพันธ์กับแม่น้ำปิงที่ผ่านมา เพื่อให้ชาวบ้านหรือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมพิธีได้เห็นถึงวัฒนธรรมของชาวล้านนา เมื่อการแสดงเสร็จสิ้นจะเป็นการทำพิธี “เทศน์อานิสงส์ล่องสะเปา” ๑ กัณฑ์ และทำการเวนทานเคราะห์แบบเมืองเหนือ เพื่อเป็นการรำลึกถึง
ญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้ว และการขอขมาแม่พระคงคา เมื่อถึงเวลา ๒๐.๐๐ น. จะมีการแห่กลองหลวงสะเปาหลวง สะเปาคำ สะเปาเงิน ออกจากวัดเกต ฯ และแห่ไปตามถนนโดยรอบ แล้วสิ้นสุดที่ท่าน้ำตรงข้ามกับวัดเกต ฯ พอดี ซึ่งเมื่อถึงท่าน้ำชาวบ้านจะช่วยกันยกสะเปาทั้ง ๓ ลำ ลงแม่น้ำปิง

nov64 (15) nov64 (16)

 

ลักษณะของเรือสะเปา หรือเรือสำเภา มีทั้งหมด ๓ ลำ ลำแรก เรือสะเปาหลวง (สะเปาลอยเคราะห์) เป็นเรือที่ใช้ขอขมาแม่พระคงคา ลำที่ ๒ เรือสะเปาเงิน หมายถึง การทำมาค้าขายและหน้าที่การงาน
ส่วนลำที่ ๓ สะเปาคำ หมายถึง การอยู่ดีมีสุข ไร้โรคภัยไข้เจ็บ สุขกายสบายใจ สำหรับสิ่งของที่จะนำใส่สะเปานั้น จะเป็นเสื้อผ้า ๑ ชุด ข้าวสารอาหารแห้ง ตลอดจนปัจจัยบริจาคตามแต่ศรัทธา อย่างไรก็ตาม
ลักษณะของสะเปาในแต่ละท้องถิ่น ก็มักจะนิยมสร้างเป็นรูปต่าง ๆ ด้วยกัน ตามความเชื่อและความศรัทธาโดยทั่วไปนั้นมักมีอยู่ด้วยกัน ๒ รูปแบบ ได้แก่

 

(๑) สะเปารูปนก ซึ่งนิยมใช้วัสดุจากกาบกล้วยและมะพร้าวทั้งเปลือก (ผาครึ่ง) วิธีการทำแล้วแต่สล่า(ช่าง) แต่ละคนจะสร้างสรรค์ให้มีความสวยงาม ข้างในสะเปามีของคาวหวานและข้าวตอกดอกไม้ ชาวล้านนาในอดีตมีความเชื่อว่า ถ้าได้ล่องสะเปารูปนก เปรียบเสมือนได้บูชาแม่กาเผือกผู้ให้กำเนิดพระพุทธเจ้า๕ พระองค์ ตามเรื่องเล่าในคัมภีร์พระพุทธศาสนา

 

(๒) สะเปารูปเรือ ลักษณะเหมือนเรือ ใช้วัสดุในการทำเป็นไม้แผ่นบางพอประมาณ ตกแต่งตามความพอใจ เช่น ใช้กระดาษสีตัดเป็นเส้นทากาวติดรอบสะเปา มีความเชื่อกันว่า ถ้าได้ล่องสะเปารูปเรือ
เมื่อเราเสียชีวิตไป ก็จะได้ขี่สะเปาใหญ่ส่งเราข้ามแม่น้ำใหญ่สู่สวรรค์ หรือเปรียบเสมือนเรือข้ามพ้นวัฏสงสารไปสู่นิพพาน

 

ทั้งนี้ ในด้านคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาของชาวล้านนา ขั้นตอนประดิษฐ์สะเปาของชาวล้านนา จะใช้กาบกล้วย มะละกอ ไม้ไผ่ หรือกระดาษแก้ว ตกแต่งและประดับประดาด้วยดอกไม้ หรือใช้กระดาษสีตัดเป็นลวดลายต่าง ๆ ติดด้านข้างลำสะเปา นอกจากนี้ยังมีสิ่งของอื่น ๆ ที่มักใส่ลงไปในสะเปาด้วย เช่นข้าวสุก กล้วย อ้อยควั่น ข้าวต้มจิ้ม น้ำตาล เกลือ ยาสูบ หมาก พลู ดอกไม้ ธูป เทียนและรูปสัตว์ต่าง ๆเป็นต้น

 

ประเพณีล่องสะเปา เดือนยี่เป็ง จึงมีความสำคัญต่อคนชุมชนริมแม่น้ำปิง จากความเชื่อและความศรัทธาของชาวบ้านเพื่อเป็นการบูชาแม่น้ำ ขอสุมาแม่น้ำที่ได้ใช้ตลอดทั้งปี จึงได้เกิดประเพณีล่องสะเปา เดือนยี่เป็ง โดยนำหลักความเชื่อทางพระพุทธศาสนาเข้ามาเชื่อมโยงกับประเพณีการล่องสะเปา เดือนยี่เป็ง ดังนั้น ประเพณีการล่องสะเปา เดือนยี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่นี้ ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่มีคุณค่าควรแก่
การสืบสานอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้สืบสานและถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งยังเป็นประเพณีที่แสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีวัฒนธรรมของชุมชนริมแม่น้ำปิงในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

          ประเพณีการล่องสะเปา เดือนยี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการประกาศเป็นรายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๐

 

 

 

เอกสารอ้างอิง

 

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่. (๒๕๖๐). แบบจัดทำรายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

 

(แบบ มภ. ๒). เอกสารอัดสำเนา.