Print

มรดกภูมิปัญญาประเภทจิตรกรรมและประติมากรรม : ศิลปะปูนปั้นสกุลช่างลำพูน

มรดกภูมิปัญญาประเภทจิตรกรรมและประติมากรรม : ศิลปะปูนปั้นสกุลช่างลำพูน

 

            ในอดีตการตั้งถิ่นฐานของชาวยอง จะตั้งถิ่นฐานและขยายตัวชุมชนตามแนวลำน้ำที่เหมาะสมในการเกษตรเป็นสำคัญ หมู่บ้านหลักในลุ่มแม่น้ำกวง ได้แก่ บ้านเวียงยอง บ้านยู้ บ้านหลวย บ้านตอง (บ้านแม่สาร) ดังนั้น หมู่บ้านแม่สารบ้านตอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูนในปัจจุบัน จึงมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายตามแบบของชาวไทยอง ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา ทำสวน ช่างก่อสร้าง ช่างทอผ้า และช่างปูนปั้น ซึ่งในอดีตชาวบ้านที่เป็นผู้ชายจะได้เรียนรู้วิธีการทำปูนปั้น และงานประดับประดาตกแต่งวัดต่าง ๆ ทำให้งานปูนปั้นและงานก่อสร้างของหมู่บ้านแม่สารบ้านตองมีความวิจิตรสวยงามและเป็นที่เลื่องลือ

 

งานปูนปั้นเป็นงานที่เกิดจากแรงศรัทธา ความคิด และความเชื่อมโยงกับพระพุทธศาสนา งานแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เชื่อมโยงจากแรงบันดาลใจและจินตนาการต่าง ๆ ของผู้ปั้น การปั้นปูนของช่างลำพูน นอกจากจะฝึกฝนให้เกิดความชำนาญแล้ว ยังมีประโยชน์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ช่างบางคนฝึกสมาธิโดยการปั้นรูป ก็จะทำให้สมาธินิ่งขึ้น หรือการนวดปูน การขึ้นรูปปูน จะเป็นการใช้แรงออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ทำให้สุขภาพแข็งแรง เลือดลมสูบฉีดดี ช่างปั้นที่มีฝีมือจะมีความเก่งในการวาดเส้น ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากในกระบวนการปั้นจะต้องเป็นคนที่วาดเส้นดี จึงจะทำให้งานปั้นออกมาดีด้วย

 

          อาชีพช่างปูนปั้นของคนในชุมชนสืบทอดมาจากช่างฝีมือในชุมชนมาตั้งแต่อดีต จากคำบอกเล่าของช่างปูนปั้น ซึ่งเป็นประธานชมรมปูนปั้นแม่สารบ้านตอง ได้เล่าว่า ครูบาคำมูล ธมมฺวํโส อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ ๔วัดบ้านตอง ท่านได้ทำปูนปั้นประดับตกแต่งวัดจักรคำภิมุขเป็นวัดแรก ซึ่งเป็นวัดที่เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้ายสร้างขึ้น ท่านได้ถ่ายทอดงานช่างให้พระครูปลัดอินสม ฐิตสํวโร อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ ๖วัดบ้านตอง หลังจากนั้นพระครูปลัดอินสมได้ลาสิกขามาประกอบอาชีพช่าง เป็นที่รู้จักกันในนามพ่อหนานอินสม สมสาร ซึ่งผลงานของท่านก็ได้ทำปูนปั้นประดับตกแต่งวัดต่าง ๆ เกือบทุกวัดทั่วภาคเหนือ ซึ่งผลงานเด่น ๆ ของท่านในอดีตที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ รูปปั้นสิงห์คู่หน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน ซึ่งพ่อหนานอินสม สมสารนี้ก็คือ ลุงของนายธวัช สมสาร ผู้สืบทอดหลักงานปูนปั้นในตำบลเวียงยองและปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งประธานชมรมปูนปั้นแม่สารบ้านตอง

 

ผลงานช่างปูนปั้นของบ้านแม่สารบ้านตอง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องของลวดลาย โดยเฉพาะลายแบบพื้นเมือง ลายแต่ละอย่างไม่มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานหรือจัดทำเป็นตำราเรียน ส่วนมากจะใช้วิธีถ่ายทอดสืบต่อกันมา และมีชื่อเรียกติดปากกันในหมู่ช่างว่า “ลายเมือง” ลายที่ขึ้นชื่อ เช่น ลายสับปะรด ลายดอกพุดตาน
บางท่านก็เรียกว่า ลายเก่า ลายโบราณ

 

วัสดุอุปกรณ์ในการตำปูน มีดังต่อไปนี้

 

๑) เครื่องตำปูน ประกอบด้วย ครกและเครื่องตำ ในส่วนของเครื่องตำ เป็นการประยุกต์ใช้อุปกรณ์จากเครื่องจักรกล โดยใช้มอเตอร์มาประดิษฐ์ให้ใช้งานแทนครกกระเดื่องแบบเก่า ซึ่งช่างในปัจจุบันไม่นิยมตำปูนกันเนื่องจากช่างมีน้อย ทำให้เหนื่อยมากกว่าจะได้ปูนที่นำมาปั้น เนื่องจากส่วนผสมทุกส่วนในอัตราส่วนประมาณ๑ ลิตร จะใช้เวลาในการตำประมาณ ๒ ชั่วโมง และต้องใช้คนดูแลตลอดเวลาที่ตำจนได้ปูนที่เหมาะสมสำหรับการปั้น

 

๒) อุปกรณ์การตวง เป็นอุปกรณ์สำหรับตวงวัสดุ ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องใช้ประจำบ้าน จะใหญ่หรือเล็กตามความต้องการปริมาณของปูนที่ใช้ในการปั้น

 

๓) เครื่องมือตกแต่งลวดลาย เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตกแต่งลวดลายต่าง ๆ บนปูนปั้น เพื่อให้เกิดมิติที่โดดเด่นและมีลวดลายที่สวยงามยิ่งขึ้น เป็นอุปกรณ์ที่มีจำหน่ายทั่วไปตามร้านวัสดุก่อสร้าง และช่างบางคนก็ทำขึ้นเองจากเหล็กลวดเส้นเล็ก ๆ หรือใบมีดเก่า ๆ ที่ไม่ใช้แล้วนำมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือ

 

๔) ตะแกรงร่อนปูน ทราย ใช้สำหรับร่อนทรายหรือปูนขาว เพื่อให้ได้ทรายหรือปูนที่ละเอียดยิ่งขึ้น เพื่อใช้เป็นส่วนผสมของการตำปูน

aug64 (17) aug64 (18)

 

ส่วนผสมของปูนตำ ประกอบด้วย

 

๑) ปูนขาว

 

๒) น้ำมันละหุ่ง

 

๓) ทรายละเอียด

 

๔) กระดาษสา มีคุณสมบัติคือ ช่วยให้ปูนมีความเหนียว

 

๕) กาว ประเภทกาวอิพ็อกซีสำหรับติดลายลงบนพื้น ทาบนพื้น หรือตามร่องของลาย

 

๖) สี จะใช้สีอะคริลิก สีขาว ใช้รองพื้น สีแดง สีเหลือง ทาบนตัวลาย สีทอง ทาทับบนตัวลายอีกครั้ง

 

ขั้นเตรียมการ มีวิธีการดังนี้

 

๑) เตรียมปูนขาว ผงปูนที่ได้ยังไม่ละเอียดมากนัก ยังจับตัวกันเป็นก้อน จึงต้องนำปูนขาวมาแช่น้ำให้ปูนที่จับตัวกันเป็นก้อนละลายก่อน หลังจากนั้นจึงนำไปตากแห้งแล้วนำมาร่อน เพื่อให้ได้ผงปูนที่ละเอียดและไม่มีสิ่งแปลกปลอม เช่น เศษหิน เศษวัสดุอื่นปลอมปน

 

๒) การเตรียมทราย ทรายที่ต้องการใช้เป็นทรายที่มีความละเอียด ต้องร่อนทรายด้วยตะแกรง

 

ขั้นตอนการทำปูนปั้น มีวิธีการดังนี้

 

๑) นำวัสดุทั้งหมดมาผสมให้เข้ากัน ได้แก่ ปูนขาว จำนวน ๙ ส่วน ทรายละเอียด จำนวน ๑ ส่วนมีคุณสมบัติให้ปูนมีความแข็งทนทาน น้ำมันละหุ่ง จำนวน ๑ ส่วน มีคุณสมบัติให้ส่วนผสมต่างเชื่อมกันได้ดียิ่งขึ้น และกระดาษสา ขนาด ๒๔ x ๒๔ นิ้ว จำนวน ๑ แผ่น/อัตราส่วน ๒๕๐ มิลลิลิตร

 

๒) นำปูนที่ได้ผสมแล้วใส่ลงในครก ใช้มือหรือไม้กระแทกกดปูนให้อยู่ก้นครกให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ปูนฟุ้งกระจายเวลาตำ แล้วค่อยตำเบาก่อน

 

๓) ทำการตำพร้อมกับคนเป็นระยะ ๆ เพื่อให้ส่วนผสมทั้งหมดคลุกเข้ากันและผสมเป็นเนื้อเดียวกัน โดยใช้เวลาตามปริมาณของส่วนผสม (ในที่นี้ปริมาตรอัตราส่วน ๒๕๐ มิลลิลิตร ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที) เนื้อปูนจากที่เป็นสีขาวของปูนขาวจะกลายเป็นสีน้ำตาล เนื้อของปูนจะนุ่มเหนียวเหมาะสำหรับการปั้น นำปูนออกจากครกแล้วนำมาทุบให้เป็นก้อน เพื่อให้เนื้อปูนติดกันแน่นและเป็นก้อนสะดวกต่อการปั้น

 

การปั้นปูน มี ๒ วิธี ดังนี้

 

๑) การปั้นปูนตำ ช่างปั้นส่วนใหญ่จะชอบปั้น เนื่องจากคุณสมบัติของปูนตำที่เหมาะสมจะง่ายต่อการปั้น ซึ่งช่างจะปั้นโดยใช้มือเหมือนกับการปั้นด้วยดินเหนียว จะคลึง จะบิด จะปั้นให้เป็นรูปอะไรก็ได้ตามความต้องการตามจินตนาการของตนเอง หรือปั้นตามแบบที่วาดร่างไว้ คุณสมบัติที่ดีของปูนตำอีกอย่างหนึ่งก็คือ ปูนจะแห้งและแข็งช้า ถ้าผลงานไม่ดี ไม่สวย ก็สามารถแก้ไขได้

 

          ๑.๑ ทากาวอิพ็อกซีลงบนพื้นที่ออกแบบลายไว้แล้วต้องการจะปั้น

 

                   ๑.๒ ปั้นตามลวดลายที่กำหนด

 

                   ๑.๓ ปั้นลวดลายที่เสร็จแล้วใช้เหล็กหรืออุปกรณ์ตกแต่งเส้นตามความต้องการ

 

                   ๑.๔ เสร็จแล้วทิ้งไว้ประมาณ ๑๕ วัน เพื่อให้ปูนแห้งเองตามธรรมชาติ ปูนที่ปั้นเสร็จแล้วทิ้งไว้จนแห้งเป็นสีขาว ถ้ายังไม่แห้งจะเป็นสีน้ำตาล

aug64 (19) aug64 (20)

 

       ๒) การปั้นปูนซีเมนต์หรือปูนสด เป็นการปั้นแบบประยุกต์ หรือการเปลี่ยนจากการใช้วัสดุแบบพื้นบ้านมาเป็นวัสดุอุปกรณ์สมัยใหม่ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและง่ายต่อการทำงาน ในปัจจุบันช่างปูนปั้นนิยมใช้ปูนซีเมนต์ในการปั้นมากขึ้น โดยวัสดุอุปกรณ์และขั้นตอนการผลิต มีดังนี้

 

                   ๒.๑ อุปกรณ์ ประกอบด้วย

 

                             ๒.๑.๑ ถังผสมปูน

 

                             ๒.๑.๒ เกรียง

 

                   ๒.๒ วัสดุ ประกอบด้วย

 

                             ๒.๒.๑ กระดาษ สำหรับออกแบบลาย

 

                             ๒.๒.๒ ปูนซีเมนต์

 

                             ๒.๒.๓ ทราย

 

                             ๒.๒.๔ ลวด

 

                             ๒.๒.๕ น้ำยาผสมปูนซีเมนต์

 

                   ๒.๓ ขั้นตอนการผลิต ประกอบด้วย

 

                           ๒.๓.๑ ออกแบบลายบนกระดาษก่อนตามขนาดของสถานที่ แล้วตัดออกเป็นส่วน ๆ ตามลักษณะของลาย เพื่อให้สะดวกต่อการปั้น

 

                    ๒.๓.๒ ผสมปูนซีเมนต์กับทราย ในอัตราส่วน ๑ ต่อ ๑ นำมาผสมกับน้ำ พร้อมกับน้ำยาผสมปูนซีเมนต์ ซึ่งน้ำยาผสมปูนซีเมนต์มีคุณสมบัติให้ปูนเหนียวและแห้งช้า

 

                             ๒.๓.๓ นำกระดาษที่ออกแบบแล้วมาขีดบนพื้นที่เตรียมไว้ นำปูนเทลงบนแบบให้มีความหนาประมาณ ๑ เซนติเมตร

 

                             ๒.๓.๔ นำแบบมาวางบนปูนแล้วขีดตามแบบ

 

                             ๒.๓.๕ ตัดปูนในส่วนเกินออก แล้วเอาเส้นลวดใส่เพื่อความแข็งแรงของชิ้นงานนั้น

 

                             ๒.๓.๖ ปั้นปูนตามแบบจนเสร็จเรียบร้อยและปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ ใช้เวลาประมาณ ๒ วัน

aug64 (21) aug64 (22)

 

              ปัจจุบันหมู่บ้านแม่สารบ้านตอง ได้มีการสืบทอดงานปูนปั้นโดยการจัดตั้งชมรมปูนปั้นแม่สารบ้านตองซึ่งจะจัดพิธีไหว้ครูในทุกวันที่ ๑๕ เมษายนของทุกปี รวมถึงมีโรงเรียนในจังหวัดลำพูนเข้ามาศึกษาข้อมูลและอบรมการทำปูนปั้นของชมรมปูนปั้นแม่สารบ้านตอง ได้แก่ โรงเรียนเมธีวุฒิกร โรงเรียนบ้านแม่สารบ้านตอง โรงเรียนบ้านเวียงยอง และโรงเรียนบ้านศรีบุญชูวังไฮ เพื่อช่วยกันอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาที่สำคัญนี้ของจังหวัดมิให้สูญหาย โดยในอนาคตมีแนวคิดในการจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้งานปูนปั้นสกุลช่างลำพูนต่อไปตามลำดับ

 

          ศิลปะปูนปั้นสกุลช่างลำพูน จึงถือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ได้รับการสืบทอดกันมา ช่างปูนปั้นแต่ละคนจะมีความถนัดและความสามารถเฉพาะตัว มีลวดลายเฉพาะ ดังนั้น การส่งเสริมและรักษาทรัพยากรองค์ความรู้ของท้องถิ่นที่มีอยู่ ซึ่งนอกจากจะเป็นทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนแล้ว ยังเป็นแนวทางในการเชิดชูเกียรติช่างพื้นบ้านลำพูนให้เป็นที่รู้จักและยอมรับ รวมทั้งช่วยให้ชุมชน ช่าง ตลอดจนผู้ประกอบการสามารถพัฒนาวัสดุและเทคนิคให้มีบทบาทเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากภายในประเทศบนฐานความคิดการสร้างสรรค์และพัฒนาต่อยอดนวัตกรรม ทั้งยังยกระดับการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเทคโนโลยีและกระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาชีวิตของผู้คนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน

 

ศิลปะปูนปั้นสกุลช่างลำพูน ได้รับการประกาศเป็นรายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดลำพูน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒

 

 

 

เอกสารอ้างอิง

 

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน. (๒๕๖๒). แบบจัดทำรายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทาง

 

วัฒนธรรม (แบบ มภ. ๒). เอกสารอัดสำเนา.