Print

มรดกภูมิปัญญาประเพณีประดิษฐ์ : พิธีอัญเชิญพระอุปคุต

มรดกภูมิปัญญาประเพณีประดิษฐ์ : พิธีอัญเชิญพระอุปคุต

 

ประเพณีประดิษฐ์ หมายถึง ประเพณีที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่หรือประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ เป็นลักษณะของการรื้อสร้างประเพณี (detraditionlization) หรือรื้อฟื้นประเพณี (retraditionization) ขึ้นมาใหม่ ทำให้ประเพณีคงอยู่และเกิดการสร้างกิจกรรมประเพณีในรูปแบบใหม่ ประเพณีประดิษฐ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงประเพณีเท่านั้น แต่รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของสังคมที่เกิดการผลิตซ้ำและสร้างใหม่ของทรัพยากรทางวัฒนธรรมประเภทต่าง ๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ส่วนมากมักเกี่ยวข้องกับการสร้างเรื่องราวกิจกรรมให้เชื่อมโยงกับอดีตและมีการนำมาปฏิบัติจนได้รับความนิยมของสังคม อาจจะยาวนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับบริบทที่เกี่ยวข้องนั้น ๆ เช่น ภาพลักษณ์ของประเพณีสงกรานต์ในปัจจุบันที่กลายเป็นเทศกาลของการเล่นน้ำมากกว่างานบุญปีใหม่ไทยหรือการรือฟื้นย่านเก่า ตลาดน้ำตลาดโบราณ งานเทศกาลประเพณี โดยกระบวนการรื้อฟื้นและสร้างคุณค่าให้กับทรัพยากรทางวัฒนธรรมเดิมของชุมชนให้มีมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ เป็นต้น ปัจจุบันประเพณีประดิษฐ์เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจสังคมหรือตอบสนองสังคมที่มีการโหยหาความเป็นอดีต รวมทั้งยังนำไปสู่การทำความเข้าใจถึงกระบวนการรื้อฟื้นทางวัฒนธรรมในสังคมไทย สำหรับบทความชิ้นนี้ยกตัวอย่างของงานประเพณีประดิษฐ์ ได้แก่ พิธีอัญเชิญพระอุปคุต จังหวัดนครพนม

 

สำหรับเรื่องพระอุปคุตที่เก่าแก่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แพร่หลายในพม่าและไทยปรากฏในคัมภีร์โลกบัญญัติ โดยคัมภีร์โลกบัญญัติมีเนื้อหาเกี่ยวกับภูมิศาสตร์และโลกศาสตร์ กล่าวถึงกําเนิดและการเปลี่ยนแปลงของจักรวาล โลกและสิ่งต่าง ๆ ในโลก ตามคติพุทธศาสนา ส่วนที่กล่าวถึงพระอุปคุตปรากฏในตอนที่เรียกว่า“มารวิภาค” ซึ่งกล่าวถึงเรื่องมารต่าง ๆ โดยกล่าวถึงเรื่องพระเจ้าอโศกมหาราชอัญเชิญพระอุปคุตมาคุ้มครองพิธีฉลองพระสถูป การทดสอบฤทธิ์พระอุปคุตและเหตุการณ์ที่พระอุปคุตปราบพญามาร จึงทำให้พระอุปคุตมีชื่อเสียงทาง “อิทธิฤทธิ์” และ “ปราบมาร”

 

          ตำนานพระอุปคุตปราบมารที่แพร่หลายในสังคมไทยสัมพันธ์กับพิธีนิมนต์พระอุปคุตมาคุ้มครองงานบุญทางพุทธศาสนาเพื่อให้งานสำเร็จ ปราศจากอุปสรรค โดยมีความเชื่อว่าพระอุปคุตจะคุ้มครองงานพิธีต่าง ๆให้ราบรื่น ไม่มีมารมารบกวนงาน ด้วยเหตุนี้เมื่อจะจัดงานสำคัญทางพุทธศาสนา จึงต้องไปนิมนต์พระอุปคุตจากแหล่งน้ำ ซึ่งสมมติว่าเป็นที่อยู่ของท่าน แล้วอัญเชิญพระอุปคุตมาอยู่ที่หอพระอุปคุตในบริเวณสถานที่จัดงาน

july64 24 july64 25

        ประเพณีงานนมัสการองค์พระธาตุพนมประจำปี จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น ๘ ค่ำ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี ปีไหนที่เป็นปีอธิกมาส จะเลื่อนเป็นวันขึ้น ๘ ค่ำ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เป็นวันจัดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม รวม ๙ วัน ๙ คืน ซึ่งประเพณีดังกล่าวได้ยึดถือปฏิบัติมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่จะมีพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาร่วมงานนมัสการองค์พระธาตุพนมเป็นจำนวนมาก เพราะต่างมีความเชื่อว่า พระธาตุพนมเป็นองค์พระธาตุที่บรรจุพระอุรังคธาตุ (ธาตุส่วนพระอุระหรือหน้าอกของพระพุทธเจ้า) ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือและยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ดังนั้น เมื่องานนมัสการพระธาตุพนมเวียนบรรจบครบรอบแต่ละปี จึงมีชาวพุทธหลั่งไหลมาจากทั่วทิศานุทิศ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้มาแสวงบุญงานนมัสการพระธาตุพระพนม และเพื่อให้เกิดความสวัสดีมงคลแคล้วคลาดปลอดภัยแก่พุทธศาสนิกชนและผู้แสวงบุญ จึงเกิดมีพิธีอัญเชิญพระอุปคุต พระมหาเถระผู้มีอิทธิฤทธิ์ปราบมารที่จะมาแผ้วพาลงานประเพณีให้อันตรธานหายไป    

            การมาร่วมพิธีอัญเชิญและร่วมขบวนแห่พระอุปคุต ถือเป็นหน้าที่ของข้าโอกาสพระธาตุพนมที่จะต้องมาร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง โดยมีความเชื่อพื้นฐานว่าการได้ร่วมประกอบพิธีสำคัญดังกล่าวจะยิ่งทำให้เกิดความอยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดปลอดภัย ดังนั้น เมื่อถึงวันขึ้น ค่ำ เดือน ของทุกปี ข้าโอกาสพระธาตุพนมจึงพร้อมใจกันด้วยการนุ่งขาวห่มขาว ถือดอกไม้ ธูป เทียน ทอง ริมฝั่งโขง ด้านหน้าวัดพระธาตุพนมกันอย่างพร้อมเพรียงด้วยความวิจิตรบรรจง เพื่อร่วมประกอบพิธีอัญเชิญพระอุปคุตตามโบราณประเพณี

july64 26 july64 27

           สำหรับ “ข้าโอกาสพระธาตุพนม” หมายถึง กลุ่มคนที่สืบทอดความเชื่อว่าบรรพบุรุษได้รับการอุทิศจากกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง โดยมอบหมายหน้าที่ให้เป็นผู้รับใช้พระสงฆ์และดูแลพระธาตุพนม ตามคติความเชื่อเรื่องพระธาตุเป็นพิธีกรรมเฉพาะกลุ่ม ซึ่งกลุ่มข้าโอกาสนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด เมื่อแต่งงาน มีลูก หลาน จะต้องสืบทอดเป็นข้าโอกาสต่อไป มักตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณใกล้เคียงองค์พระธาตุพนม มีหน้าที่ปรนนิบัติพระภิกษุสงฆ์ ดูแลนอนเฝ้าองค์พระธาตุพนม นอกจากนั้นจะมีหน้าที่ทำไร่ ทำนา กับ นาจังหันแล้วนำผลผลิตไปถวายวัดพระธาตุพนม เรียกว่า ถวายข้าวพีชภาค ข้าโอกาสเหล่านี้จะได้รับการยกเว้นการเกณฑ์ทหารและเสียภาษีให้กับทางรัฐ แต่จะเสียค่าหัวให้กับองค์พระธาตุพนมแทน

ขั้นตอนประกอบพิธีอัญเชิญพระอุปคุต ประกอบด้วย ๓ ขั้นตอน ได้แก่

๑) ปุพพกิจ เป็นการเตรียมการ สถานที่ริมฝั่งโขงหน้าวัดธาตุพนม ขบวนแห่ เครื่องสักการะ อัฏฐบริขาร วอหาม (เสลี่ยง

๒) มัชฌิมกิจ เป็นการประกอบพิธีอัญเชิญพระอุปคุต ประกอบด้วยขั้นตอนพิธีดังนี้

     . ประกอบพิธีไหว้พระสมาทานศีล

     . พิธีอัญเชิญพระอุปคุต เป็นภาษาอีสานโดยปราชญ์ชุมชน

     . นายอำเภอธาตุพนม ดำน้ำอัญเชิญพระอุปคุต ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมรับองค์พระอุปคุตจากนายอำเภอและอัญเชิญสู่วอหาม (เสลี่ยง)

๓) ปัจฉิมกิจ ประกอบด้วย

      ๓.๑ ขบวนอัญเชิญพระอุปคุต พร้อมอัฏฐบริขาร ตามเส้นทางหน้าวัดพระธาตุพนม เพื่อนำไปประดิษฐานไว้ที่หอพระแก้ว

     ๓.๒ ประกอบพิธีถวายข้าวพีชภาค

    ๓.๓ ประกอบพิธีเปิดงานนมัสการพระธาตุพนม ตามลำดับ

july64 28 july64 29

            พิธีอัญเชิญพระอุปคุตไปปกปักรักษางานนมัสการองค์พระธาตุพนม จึงถือเป็นพิธีกรรมที่มีคุณค่าในด้านการสร้างขวัญกำลังใจ สร้างความเชื่อมั่น สร้างความศรัทธาให้เกิดขึ้นกับผู้มาร่วมงานว่าจะได้รับความปลอดภัยและความร่มเย็นเป็นสุข ทั้งยังสร้างความรักสามัคคีปรองดองในหมู่คณะ และมุ่งให้คนในชุมชนประพฤติปฏิบัติตนในประเพณีและพิธีกรรมที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของตนเอง ปัจจุบันจึงส่งผลให้ในแต่ละปีจะมีคลื่นแห่งพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีอันสำคัญนี้จนกลายเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

พิธีอัญเชิญพระอุปคุตได้รับการประกาศเป็นรายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนม ประจำปี พ.ศ.๒๕๖

 

เอกสารอ้างอิง

เมธาวี ศิริวงศ์. (๒๕๕๖). ประเพณีประดิษฐ์กับการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม กรณีศึกษางานเทศกาลประเพณี

          แซนโฎนตา อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต

          สาขาการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ยุทธนา ดิสกุล. (๒๕๕๓). ประเพณีประดิษฐ์และอัตลักษณ์ชุมชนคลองแห. วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมวิทยาและ

มานุษยวิทยามหาบัณฑิต สาขามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

วัชราภรณ์ ดิษฐป้าน. (๒๕๕๘). การสืบทอดและการผลิตซ้ำประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับพระอุปคุต

          ในสังคมไทยปัจจุบัน. ประเพณีสร้างสรรค์ในสังคมไทยร่วมสมัย.

          กรุงเทพ ฯ : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม. (๒๕๖๐). แบบจัดทำรายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

(แบบ มภ. ๒). เอกสารอัดสำเนา.

ประเพณีงานนมัสการองค์พระธาตุพนมประจำปี จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น ๘ ค่ำ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี ปีไหนที่เป็นปีอธิกมาส จะเลื่อนเป็นวันขึ้น ๘ ค่ำ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เป็นวันจัดงานนมัสการ
องค์พระธาตุพนม รวม ๙ วัน ๙ คืน ซึ่งประเพณีดังกล่าวได้ยึดถือปฏิบัติมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่จะมีพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาร่วมงานนมัสการองค์พระธาตุพนมเป็นจำนวนมาก เพราะต่างมีความเชื่อว่า พระธาตุพนมเป็นองค์พระธาตุ
ที่บรรจุพระอุรังคธาตุ
(ธาตุส่วนพระอุระหรือหน้าอกของพระพุทธเจ้า) ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือและยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ดังนั้น เมื่องานนมัสการพระธาตุพนมเวียนบรรจบครบรอบแต่ละปี จึงมีชาวพุทธหลั่งไหลมาจากทั่วทิศานุทิศ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้มาแสวงบุญงานนมัสการ
พระธาตุพระพนม และเพื่อให้เกิดความสวัสดีมงคลแคล้วคลาดปลอดภัยแก่พุทธศาสนิกชนและผู้แสวงบุญ จึงเกิดมีพิธีอัญเชิญพระอุปคุต พระมหาเถระผู้มีอิทธิฤทธิ์ปราบมารที่จะมาแผ้วพาลงานประเพณีให้อันตรธานหายไป  

          การมาร่วมพิธีอัญเชิญและร่วมขบวนแห่พระอุปคุต ถือเป็นหน้าที่ของข้าโอกาสพระธาตุพนมที่จะต้องมาร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง โดยมีความเชื่อพื้นฐานว่าการได้ร่วมประกอบพิธีสำคัญดังกล่าวจะยิ่งทำให้เกิด
ความอยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดปลอดภัย ดังนั้น เมื่อถึงวันขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี ข้าโอกาสพระธาตุพนม

จึงพร้อมใจกันด้วยการนุ่งขาวห่มขาว ถือดอกไม้ ธูป เทียน ทอง ณ ริมฝั่งโขง ด้านหน้าวัดพระธาตุพนมกันอย่างพร้อมเพรียงด้วยความวิจิตรบรรจง เพื่อร่วมประกอบพิธีอัญเชิญพระอุปคุตตามโบราณประเพณี