Print

มรดกภูมิปัญญาประเพณีประดิษฐ์ : ประเพณีจุดไฟตูมกาคืนออกพรรษายโสธร

มรดกภูมิปัญญาประเพณีประดิษฐ์ : ประเพณีจุดไฟตูมกาคืนออกพรรษายโสธร

ประเพณีประดิษฐ์ หมายถึง ประเพณีที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่หรือประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ เป็นลักษณะของการรื้อสร้างประเพณี (detraditionlization) หรือรื้อฟื้นประเพณี (retraditionization) ขึ้นมาใหม่ ทำให้ประเพณีคงอยู่และเกิดการสร้างกิจกรรมประเพณีในรูปแบบใหม่ ประเพณีประดิษฐ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงประเพณีเท่านั้น แต่รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของสังคมที่เกิดการผลิตซ้ำและสร้างใหม่ของทรัพยากรทางวัฒนธรรมประเภทต่าง ๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ส่วนมากมักเกี่ยวข้องกับการสร้างเรื่องราวกิจกรรมให้เชื่อมโยงกับอดีตและมีการนำมาปฏิบัติจนได้รับความนิยมของสังคม อาจจะยาวนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับบริบทที่เกี่ยวข้องนั้น ๆ เช่น ภาพลักษณ์ของประเพณีสงกรานต์ในปัจจุบันที่กลายเป็นเทศกาลของการเล่นน้ำมากกว่างานบุญปีใหม่ไทยหรือการรือฟื้นย่านเก่า ตลาดน้ำตลาดโบราณ งานเทศกาลประเพณี โดยกระบวนการรื้อฟื้นและสร้างคุณค่าให้กับทรัพยากรทางวัฒนธรรมเดิมของชุมชนให้มีมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ เป็นต้น ปัจจุบันประเพณีประดิษฐ์เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจสังคมหรือตอบสนองสังคมที่มีการโหยหาความเป็นอดีต รวมทั้งยังนำไปสู่การทำความเข้าใจถึงกระบวนการรื้อฟื้นทางวัฒนธรรมในสังคมไทย สำหรับบทความชิ้นนี้ยกตัวอย่างของงานประเพณีประดิษฐ์ ได้แก่ ประเพณีจุดไฟตูมกาคืนออกพรรษายโสธร จังหวัดยโสธร

july64 8

july64 9

 

วันออกพรรษา ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของพระภิกษุสงฆ์ เนื่องจากเป็นวันสิ้นสุดการจำพรรษาหรือออกจากพรรษา ภายหลังที่ได้อธิษฐานเข้าจำพรรษาตลอดระยะเวลา ๓ เดือนครั้นออกพรรษาแล้ว ๑ วัน ซึ่งตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ จะถือกันว่าเป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงสู่โลกมนุษย์ เรียก “วันเทโวโรหณะ” หรือ “วันพระพุทธเจ้าเปิดโลก” โดยวันนี้โลกทั้ง ๓ คือ สวรรค์ มนุษย์และบาดาล (นรก) ต่างสามารถแลเห็นกันได้ตลอดทั้ง ๓ โลก ชาวพุทธจึงต่างมารอรับตักบาตรภัตตาหาร อย่างเนืองแน่น พระพุทธองค์จะเสด็จลงสู่โลกมนุษย์ทางบันไดทิพย์ ทั้ง ๓ ได้แก่ บันไดเงิน บันไดทองและ บันไดแก้ว ซึ่งสักเทวราช (พระอินทร์) ให้พระวิษณุกรรมเนรมิตทอดจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์สู่โลกมนุษย์ที่ประตูเมืองสังกัสนคร หลังจากเทศนาพระอภิธรรมปิฏกโปรดพระพุทธมารดาอยู่หนึ่งพรรษา (๓ เดือน) ด้วยเหตุนี้ชาวชุมชนทุ่งแต้ ตำบลทุ่งแต้ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร จึงได้สืบทอดงานบุญออกพรรษาในรูปแบบของการจัดกิจกรรมประเพณีจุดไฟตูมคืนวันออกพรรษาอย่างต่อเนื่องมาแต่ครั้งแรกตั้งชุมชน

การจุดไฟตูมกา เป็นวัฒนธรรมซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะและหนึ่งเดียวของชาวยโสธรที่มีความโดดเด่นในการนำเอาผลไม้ท้องถิ่น คือ ผลตูมกา ซึ่งเป็นผลไม้ที่สะท้อนไฟสวยงามและมีคุณค่าที่สุดในเวลานั้น เพื่อนำมาจุดไฟบูชาพระพุทธเจ้าที่เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มายังโลกมนุษย์ในคืนวันออกพรรษา เป็นการถ่ายทอดวิถีชีวิตชุมชนที่ได้ร่วมมือร่วมใจทำด้วยจิตศรัทธาต่อพระรัตนตรัย โดยชาวบ้านได้นำเอาผลตูมกา ซึ่งเป็นผลไม้ป่าที่มีรูปทรงกลมคล้ายผลส้มขนาดเท่ากำปั้น มีก้านยาว มีลักษณะพิเศษ คือ เปลือกบางและโปร่งแสง นำมาขูดเอาผิวสีเขียวออกและคว้านเอาเนื้อและเมล็ดข้างในออกให้หมด ใช้มีดแกะเป็นลวดลายต่าง ๆ ตามความต้องการ เพื่อให้แสงลอดออกมาเป็นรูปต่าง ๆ ตามรูที่เจาะ โดยใช้สำหรับจุดเป็นโคมไฟเพื่อบูชาพระรัตนตรัยในคืนวันออกพรรษา ตลอดจนเป็นเครื่องมือสำหรับใช้เป็นไฟส่องทางในการเดินทางไปบำเพ็ญบุญคืนวันออกพรรษาได้อีกด้วย 

july64 10 july64 11

 

ในอดีตก่อนจะถึงเช้าวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ทางวัดจะมีการจุดไฟพุ (พลุ) เสียงดังก้องไกล เป็นการให้สัญญาณหรือเป็นการย้ำเตือนให้ชาวบ้านตื่นตัวตื่นใจและรับทราบถึงความสำคัญของเทศกาลงานบุญออกพรรษา และยังเป็นการเตรียมความพร้อมของญาติโยม ผู้ชายส่วนหนึ่งจะเตรียมอุปกรณ์ทำโคมลม (โคมขับเคลื่อนโดยใช้ควันดัน) ซึ่งนิยมปล่อยเวลากลางวัน บางคนก็เขียนจดหมายบอกชื่อที่อยู่โดยใช้เศษผ้าจีวรผูกติดไว้กับโคม เมื่อโคมลอยไปตก ณ ที่ใด ผู้ที่พบก็จะอ่านจดหมายและตอบกลับมายังเจ้าของจดหมาย บางคนก็นำจดหมายกลับมาให้ด้วยตนเอง ซึ่งจะได้รับรางวัลเป็นเงินเป็นสิ่งของและผูกแขนเป็นญาติมิตรร่วมบุญกันไปด้วยก็มีแต่ในบางครั้งผู้ได้รับจดหมายจากโคมเป็นหญิงสาว ส่วนเจ้าของจดหมายบังเอิญเป็นชายหนุ่ม เมื่อติดต่อถึงกันก็เกิดสมัครรักใคร่ถึงกับตกลงปลงใจเป็นคู่ชีวิตกันเลยก็มี

ลำดับขั้นตอนของงานวันออกพรรษาที่จัดขึ้นในแต่ละวัดมีดังต่อไปนี้ ตอนเช้าพระสงฆ์ปวารณา ญาติโยมถวายภัตตาหารเช้าและปัจจัย ร่วมกันฟังเทศน์ ญาติโยมส่วนหนึ่งก็จะแยกย้ายกันไปดูแลการสอยดาวหรือจับสลากหรือสอยดาวตลอดวัน ตอนเย็นหลังจากกินข้าวแลง (อาหารเย็น) ทางวัดก็จะตีกลองโฮม (รวมกัน) ชาวบ้านก็จะปะแป้งแต่งตัว นำธูปเทียน มานข้าว (ข้าวตั้งท้อง) มาบูชาที่วัด ดอกไม้วางบนหิ้ง ซึ่งเป็นตะแกรงห่าง ๆ ทำจากไม้ไผ่ ส่วนเทียนจุดไว้ข้างล่าง สำหรับไฟตูมกาที่หิ้วมาจากบ้านจะนำไปแขวนไว้ตามที่ต่าง ก่อนจะแขวน จะมีการกล่าวบทบูชาพระรัตนตรัย ส่วนผู้ที่นำดอกไม้ มานข้าว ธูปเทียนและไฟตูมกามาด้วย ก็จะบูชาไฟตูมกาสักการะพระรัตนตรัยก่อน จึงมาทำพิธีสักการะบูชาที่หิ้งไม้ไผ่ซึ่งทางวัดเตรียมไว้ หลังจากนั้นก็จะไปร่วมกันไหว้พระและทำวัตรบนศาลาการเปรียญ ส่วนคณะสรภัญญะที่เตรียมพร้อมก็จะแสดงก่อนและหลังจากทำวัตรแล้ว กิจกรรมนอกศาลาการเปรียญก็จะมีการจับสลากและปล่อยโคมไฟ ทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมที่วัดก็จะกลับบ้านด้วยความสุข หลายสิบปีมาแล้ว สิ่งที่สูญหายไปจากเทศกาลออกพรรษาของชุมชนทุ่งแต้ คือไฟตูมกาคนรุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า ๕๐ ปี แทบจะไม่รู้จักไฟตูมกาบูชาพระรัตนตรัย จนกระทั่งมีการจัดตั้งศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลทุ่งแต้ขึ้นที่วัดบูรพา บ้านทุ่งแต้ เมื่อปี .. ๒๕๔๗ คุณพ่อประเสริฐ กุบแก้ว อดีตกำนันตำบลทุ่งแต้ ร่วมกับท่านพระครูปริยัติพลากร เจ้าอาวาสวัดบูรพา บ้านทุ่งแต้ ได้มีการริเริ่มฟื้นฟูการทำไฟตูมกาขึ้นมาใหม่ในเทศกาลวันออกพรรษา ปี .ศ. ๒๕๔๘ ( ตุลาคม ๒๕๔๘) โดยมีการนำไฟตูมกามาลงทะเบียนประกวดและให้มีผู้นำผลตูมกามาจำหน่าย ซึ่งมีผู้นำไฟตูมกามาลงทะเบียนประกวดกว่าร้อยดวง และทางวัดได้จัดราวสำหรับแขวนเรียงกันอย่างสวยงาม

 

งานฟื้นฟูไฟตูมกาปีแรกสำเร็จลงด้วยความพอใจของคณะกรรมการผู้ดำเนินงาน หลังจากนั้นก็มีการเผยแพร่เรื่องไฟตูมกาเป็นแผ่นพับ ทางสถานีวิทยุ ทางอินเตอร์เน็ตและเชิญเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี มาเยี่ยมชม ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี จึงได้ยกระดับไฟตูมกาคืนวันออกพรรษาเป็นสิ่งมหัศจรรย์สายน้ำโขง ชี มูล (อิ่มบุญออกพรรษา) อีสานบ้านเฮา เทศกาลวันออกพรรษาของชุมชนทุ่งแต้ ณ วัดบูรพา บ้านทุ่งแต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช และในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ จังหวัดยโสธร ได้นำเอาประเพณีจุดไฟตูมกาคืนวันออกพรรษามาแสดงและจัดนิทรรศการเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์งานประเพณีจุดไฟตูมกาคืนวันออกพรรษาของจังหวัด

july64 12 july64 13

 

โดยสรุปแล้ว ประเพณีจุดไฟตูมกาคืนออกพรรษายโสธร มีความสำคัญและคุณค่าต่อวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชนทุ่งแต้ ดังนี้

 

๑) ช่วยส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมฮีตสิบสอง (จารีตสิบสองเดือน) ของชาวอีสานซึ่งถือว่าวันออกพรรษาเป็นฮีตเดือนสิบเอ็ด

 

๒) สามารถฟื้นฟูและอนุรักษ์วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวบ้านชุมชนทุ่งแต้

 

๓) สืบสานประเพณีบุญออกพรรษาจุดไฟตูมกาเพื่อบูชาพระรัตนตรัยในคืนวันออกพรรษาให้คงอยู่ต่อไป

 

๔) เป็นการสนับสนุนส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านให้ลูกหลานได้ศึกษาและเรียนรู้

 

๕) เป็นการสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีบุญออกพรรษาของชาวไทย

 

๖) ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของจังหวัดยโสธร

ประเพณีจุดไฟตูมกาคืนออกพรรษายโสธร ได้รับการประกาศเป็นรายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๐

 

เอกสารอ้างอิง

เมธาวี ศิริวงศ์. (๒๕๕๖). ประเพณีประดิษฐ์กับการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม กรณีศึกษางานเทศกาลประเพณี

          แซนโฎนตา อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต

          สาขาการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ยุทธนา ดิสกุล. (๒๕๕๓). ประเพณีประดิษฐ์และอัตลักษณ์ชุมชนคลองแห. วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมวิทยาและ

          มานุษยวิทยามหาบัณฑิต สาขามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร. (๒๕๖๐). แบบจัดทำรายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

          (แบบ มภ. ๒). เอกสารอัดสำเนา.