Print

ภูมิปัญญาเกี่ยวกับ “สัตว์” ของไทย : แมวไทย

 

ภูมิปัญญาเกี่ยวกับ “สัตว์” ของไทย : แมวไทย

“แมวไทย” (Siamese Cat) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Felis silvestris catus แมวไทยจัดเป็นแมวพันธุ์แท้ที่สืบเชื้อสายมาจากแมวโบราณ เป็นสัตว์ขนสั้นที่สวยสง่าที่สุดในโลก เลี้ยงลูกด้วยนม กินเนื้อเป็นอาหารมีเขี้ยวและเล็บแหลมคม สามารถหดซ่อนเล็บได้เช่นเดียวกับเสือโดยทั่วไป ศีรษะไม่กลมหรือแหลมจนเกินไป หน้าผากกว้าง จมูกสั้น หูตั้งสั้น ลำตัวเพรียวบาง รูปร่างขนาดปานกลาง ขายาวเรียวได้สัดส่วนกับลำตัวขนแน่นอ่อนนุ่มไปทั้งเรือนร่าง หางยาว โคนหางใหญ่ ปลายหางเรียวแหลมชี้ตรงและมีสีสันงดงามแปลกตา

แมวไทยมีอุปนิสัยที่โดดเด่นคือ มีความฉลาด มีความเป็นตัวของตัวเอง รู้จักคิด รู้จักประจบ รักบ้านรักเจ้าของและเหนืออื่นใด คือ รักความอิสระเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งถือว่าเป็นบุคลิกประจำตัวที่ทำให้แตกต่างจากแมวพันธุ์อื่น ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้พระราชทานแมววิเชียรมาศคู่หนึ่งให้แก่ นายโอเวน กูลด์ กงสุลอังกฤษประจำประเทศไทย เมื่อลากลับไปประเทศอังกฤษ ในปี พ.ศ. ๒๔๒๗ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๒๘ ที่คริสตันพาเลซ กรุงลอนดอน มีการจัดประกวดแมวโลกขึ้นเป็นครั้งแรกแมวคู่นี้ถูกส่งเข้าประกวดและได้รับรางวัลชนะเลิศ ทำให้ชาวอังกฤษพากันตื่นเต้นกับแมวไทย ถึงกับมีการจัดตั้งสโมสรแมวไทย ในปี พ.ศ. ๒๔๔๓ มีชื่อว่า The Siamese Cat Clubs และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๑มีการตั้งสมาคมแมวไทยแห่งจักรวรรดิอังกฤษ หรือ The Siamese Cat Society of British Empire ทำให้แมววิเชียรมาศจดทะเบียนเป็นสัตว์พันธุ์แท้ของโลก โดยใช้ชื่อว่า ไซมิสแคท (Siamese Cat)

ในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ นางยีน จอห์นสัน ชาวสหรัฐอเมริกาได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยและได้นำแมวโคราช (แมวสีสวาดหรือดอกเลา) กลับไปสหรัฐอเมริกา ๒ ตัว ชื่อนาราและดารา ในปี พ.ศ. ๒๕๐๘
ได้มีการก่อตั้งสมาคมผู้เลี้ยงแมวไทยพันธุ์โคราชขึ้นในสหรัฐอเมริกาและจดทะเบียนเป็นสัตว์ประจำชาติไทยในปี พ.ศ. ๒๕๕๒

ภูมิปัญญาการคัดเลือกสายพันธุ์แมวไทย คนไทยนิยมเลี้ยงแมวมาแต่โบราณ ด้วยมีความเชื่อว่าแมวที่มีลักษณะดี จะให้คุณแก่ผู้เลี้ยง จะทำให้ผู้เลี้ยงมีโชคลาภ มีฐานะรํ่ารวย ค้าขายได้กำไร เจริญยศศักดิ์สูงขึ้นเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป หรือได้รับสิ่งของที่เป็นมงคล ส่วนแมวที่มีลักษณะไม่ดี มีความเชื่อว่า จะให้โทษแก่ผู้เลี้ยง จึงได้มีการจดบันทึกเรื่องราวไว้ในหนังสือตำราแมว โดยรวมลักษณะที่ดีแบ่งเป็น ๑๗ ชนิด
และลักษณะร้าย ๖ ชนิด

ปัจจุบันแมวไทยที่มีลักษณะดี เหลืออยู่เพียง ๕ ชนิด ได้แก่

๑. ศุภลักษณ์หรือทองแดง มีขนเล็บลิ้นสีทองแดง (สีนํ้าตาลเข้มคล้ายสีสนิม) ดวงตาออกเป็นลักษณะเหลืองอำพัน จะนำยศศักดิ์ให้ผู้เลี้ยง

๒. แมวมาเลศหรือดอกเลา ปัจจุบันคือ แมวสายพันธุ์โคราชหรือที่คนไทยเรียกว่า แมวสีสวาด ถือเป็นแมวแห่งโชคลาภ นิยมใช้ในพิธีกรรมขอฝน เพราะมีสีขนเหมือนเมฆฝน แมวโคราชมีขนสั้น สีกายเป็นสีดอกเลา เล็บและหนวดสีขาว ดวงตาสีขาวใส เมื่อร้องมีเสียงก้องไพเราะ

๓. วิเชียรมาศ เป็นแมวที่นิยมเลี้ยงแพร่หลายมาก มีลำตัวสีขาว มีแต้มสีครั่งหรือสีนํ้าตาลไหม้ที่บริเวณใบหน้า หูทั้งสองข้าง เท้าทั้งสี่ หางและที่อวัยวะเพศ รวมเก้าแห่ง ปัจจุบันมีการผสมสายพันธุ์ใหม่เกิดแต้มสีแปลก ๆ มากขึ้น เช่น สีกลีบบัว นัยน์ตาแมววิเชียรมาศจะมีสีฟ้าใส มีความเชื่อว่าหากใครเลี้ยงไว้จะได้ทรัพย์สินเพิ่มพูน

๔. โกนจาหรือร่องมด เป็นแมวสีดำสนิททั้งตัว มีร่องสีขาวยาวจากใต้คางไปตามท้องจนสุดทวาร นัยน์ตาสีเหลืองดอกบวบ ปากแหลม หางเรียวงาม มักเดินทอดน่องเท้าคล้ายสิงห์

๕. ขาวมณีหรือขาวปลอด เป็นแมวโบราณที่ไม่ได้อยู่ในตำราแมว แต่ถือว่ามีลักษณะดีและพบมากที่สุด ในปัจจุบัน มีสีขาวทั้งตัวนัยน์ตาสีฟ้าหรือเหลืองอำพัน

pet article (4) pet article (3)
ศุภลักษณ์   โกนจา
 pet article (2)  pet article (1)
         มาเลศ   วิเชียรมาศ

 

ภูมิปัญญาการพัฒนาสายพันธุ์แมวไทย สืบเนื่องจากคนไทยมีความเชื่อว่า แมวแต่ละชนิดให้คุณแตกต่างกันไป ดังนั้น จึงมีการผสมพันธุ์เพื่อรักษาสายพันธุ์แท้ โดยผสมพันธุ์แมวสายพันธุ์เดียวกัน แต่ไม่เป็นเครือญาติกัน เพื่อป้องกันการเกิดเลือดชิด ทำให้ได้ลูกแมวที่มีความแข็งแรง มีลักษณะตรงตามสายพันธุ์แท้ ในปัจจุบันถือว่าแมวไทยสายพันธุ์แท้มีอยู่เพียง ๕ สายพันธุ์ เพื่อเป็นการอนุรักษ์สายพันธุ์แมวไทยให้คงอยู่จึงมีการสืบเสาะตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อหาแมวไทยที่มีลักษณะใกล้เคียงพันธุ์แท้มาใช้ในการผสมพันธุ์ เพื่อให้เกิดระดับพันธุ์แท้ที่สูงขึ้น หลังจากนั้นวางแผนการผสมพันธุ์ภายในเครือญาติและคัดเลือกพันธุ์ให้ตรงกับสายพันธุ์ รวมทั้งคัดเลือกลักษณะความแข็งแรงด้วย จนกระทั่งถึงชั่วรุ่นที่ ๘ จึงถือว่าเป็นแมวไทยพันธุ์แท้ ผู้เลี้ยงได้ใช้ความรู้ดั้งเดิมว่าด้วยลักษณะเด่นของแมวไทยสายพันธุ์ต่าง ๆ ในการคัดเลือกพันธุ์ เพื่อจับคู่ผสมพันธุ์เพื่อให้เกิดลักษณะที่ต้องการ

 

ภูมิปัญญาการเลี้ยงแมวไทย แต่เดิมผู้เลี้ยงแมวจะเลี้ยงด้วยอาหารที่ปรุงขึ้นเองในครัว ได้แก่ ข้าวคลุก ปลาทู เนื่องจากเป็นอาหารที่หาได้ง่าย แมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างเลือกกิน ดังนั้น อาหารที่ให้ต้องมีกลิ่นหอม การสับเปลี่ยนอาหารจะทำให้แมวไม่เบื่ออาหาร ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ของแมวได้มีการถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้สืบต่อกันมา การเลี้ยงแมวจะนิยมเลี้ยงตามลักษณะแมวให้คุณตามตำราแมวโบราณว่า การเลี้ยงแมวตามลักษณะที่ดี ต้องดูแลอย่างดี ไม่ให้ดุด่าทำร้ายทุบตีแมว แต่ต้องจัดอาหารใส่ภาชนะดี ๆ ให้กิน อาบน้ำ ทาแป้ง ประพรมตัวด้วยเครื่องหอม แมวก็จะให้คุณแก่ผู้เลี้ยง หากเลี้ยงไม่ดีก็อาจส่งผลให้เกิดโทษได้

 

ปัจจุบันสายพันธุ์แมวไทยมีการสูญหายคงเหลือเพียงไม่กี่ชนิด จึงเป็นสาเหตุให้เกิดการอนุรักษ์ สายพันธุ์แมวไทยเพาะพันธุ์จนได้สายพันธุ์แมวไทยแท้ กระทั่งมีการจัดตั้งศูนย์อนุรักษ์แมวไทย เช่น ศูนย์อนุรักษ์แมวไทยโบราณ ตำบลแควอ้อม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นต้น เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ในชุมชน พร้อมทั้งให้ประชาชนที่สนใจเข้าชมและศึกษาสายพันธุ์แมวไทยที่อนุรักษ์ไว้

 

แมวไทย ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗

 

 

 

เอกสารอ้างอิง

 

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๐). ความรู้และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล.

 

กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.

 

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๑). มรดกภูมิปัญญาอีสาน. กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา

 

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.