Print

มรดกภูมิปัญญานำพา “สายฝน” : ประเพณีบุญบั้งไฟ

มรดกภูมิปัญญานำพา “สายฝน” : ประเพณีบุญบั้งไฟ

may64 (5) may64 (6)

บุญบั้งไฟ หรือบุญเดือนหก เป็นบุญประเพณีที่สำคัญของชาวอีสานที่ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ สมัยโบราณ จนได้มีการกำหนดไว้ในประเพณี ๑๒ เดือน ควบกับครรลองปฏิบัติของฝ่ายปกครองหรือระบบการปกครองแบบอาญา ๔ อีสานโบราณ ซึ่งเรียกรวมกันว่า “ฮีตสิบสองคองสิบสี่” ในงานบุญบั้งไฟนั้นชาวอีสานจะร่วมแรงร่วมใจกันอย่างพร้อมเพียงและด้วยแรงศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง

บั้งไฟปกติจะมี ๓ ขนาด คือ บั้งไฟธรรมดา จะใช้ดินประสิวไม่เกิน ๑๒ กิโลกรัม บั้งไฟหมื่นจะใช้ดินประสิว ๑๒ กิโลกรัม บั้งไฟแสน จะใช้ดินประสิว ๑๒๐ กิโลกรัม เมื่อทาบั้งไฟเสร็จแล้วก็จะมีการตกแต่งประดับประดาด้วยกระดาษสีอย่างสวยงาม ซึ่งเรียกเป็นภาษาพื้นบ้านว่า เอ้ ส่วนท่อนหัวและท่อนหางของบั้งไฟจะประกอบเป็นรูปต่าง ๆ ตามที่ต้องการ ส่วนมากจะเป็นรูปหัวพญานาค

เมื่อประดับประดาหรือเอ้เรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปคือ การแห่ไปสมทบกับหมู่บ้านที่เป็นเจ้าภาพโดยปกติบั้งไฟไม่ได้ทำเฉพาะหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่งเท่านั้น จะบอกบุญไปยังหมู่บ้านที่มีสายสัมพันธ์ต่อกันและหมู่บ้านนั้นจะทำบั้งไฟมาร่วมด้วย เมื่อถึงเวลานัดหมายประมาณ ๔ - ๕ โมงเย็น ทุกขบวนทั้งหมู่บ้านที่เป็นเจ้าภาพและหมู่บ้านแขกจะแห่บั้งไฟเข้าไปบริเวณวัด ขบวนแห่บั้งไฟถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี ศิลปวัฒนธรรม ความสนุกสนานและความดีงามทั้งหลาย ในขบวนแห่จะมีการเซิ้งบั้งไฟและการละเล่นต่าง ๆ ที่แสดงถึงวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น เช่น การทอดแหหาปลา การสักสุ่ม บางขบวนก็จะมีการเล่นตลกในเชิงเพศสัมพันธ์ แต่ขบวนเซิ้งหลักจะแต่งตัวสวยงามแบบโบราณใส่กระโจมหัวเซิ้งเป็นกาพย์ให้คติธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา มีความไพเราะและมีคติธรรมสอนใจ ถึงแม้จะมีการละเล่นตลกและบทเซิ้งสืบไปในทางเพศสัมพันธ์อยู่บ้าง แต่ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สร้างสีสันให้กับขบวนแห่ได้อย่างดี ไม่ถือสาหาความกันแต่อย่างไร ส่วนหมู่บ้านอื่นที่มา บั้งไฟก็จะได้รับการดูแลต้อนรับจากหมู่บ้านเจ้าภาพเป็นอย่างดี โดยหมู่บ้านเจ้าภาพจะเตรียมข้าวปลาอาหารที่สำคัญคือ ข้าวปุ้น (ขนมจีน) นํ้ายาปลาย่าง (ปลากรอบ) พร้อมสุรายาสูบ (ยาเส้นมวนใบตองกล้วยแห้ง) ซึ่งจะแบ่งเป็นกลุ่มหรือเป็นคุ้มว่าคุ้มใดสำหรับดูแลหมู่บ้านใด โดยปกติบุญบั้งไฟจะจัดเพียงสองวัน คือ วันรวม ซึ่งเรียกว่า วันโฮม เป็นวันแห่ขบวนบั้งไฟไปรวมกันและวันจุด คือ วันรุ่งขึ้นของวันโฮม

พอถึงวันรุ่งขึ้น ชาวบ้านที่เป็นเจ้าภาพทั้งชายหญิงจะแต่งตัวสวยงามตามประเพณีท้องถิ่น ผู้ชายจะใส่ผ้าโสร่งไหม ผู้หญิงจะใส่ผ้าซิ่น (สิ่น) ไหม นำอาหารคาวหวานที่ดีที่สุดที่นิยมกันในแต่ละท้องถิ่นพร้อมเครื่องไทยทานอื่น ๆ ไปถวายพระที่วัด หลังจากพระฉันเสร็จจะให้พร จากนั้นชาวบ้านที่มาร่วมทำบุญจะรับประทานอาหารต่อจากพระเกือบทุกคน รวมทั้งแขกจากบ้านอื่น บางคนก็จะมารับประทานอาหารที่วัดรวมด้วย เมื่อทุกอย่างที่วัดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะนำบั้งไฟไปที่ลานจุด ซึ่งทำเป็นร้านหรือค้าง (ฮ้าน) บนต้นไม้สูงประมาณ ๒๐ - ๓๐ เมตร เพื่อให้หางบั้งไฟพ้นจากพื้น จากนั้นได้มีการจุดบั้งไฟที่นำมาตามลำดับที่จับฉลากได้ เมื่อบั้งไฟทุกบั้งจุดหมดก็จะถือว่าเป็นการจบสิ้นของงานบุญบั้งไฟปีนั้น

งานบุญบั้งไฟได้สะท้อนให้เห็นปรัชญา ภูมิปัญญาและภูมิความดีอยู่หลายประการ เป็นต้นว่าได้สะท้อนให้เห็นถึงวิถีการดำรงชีพของคนในท้องถิ่นที่ผูกพันอยู่กับการทำนาข้าวน้ำฝน ต้องอาศัยธรรมชาติเป็นหลัก ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็มีความเชื่อว่ามีสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติสามารถบันดาลให้ธรรมชาติเป็นไปตามที่ต้องการได้ ดังนั้น เมื่อถึงฤดูการทำนา จึงทำบั้งไฟไปจุด เพื่อบอกให้พญาแถนรับรู้ เพื่อพญาแถนจะบันดาลให้ฝนตกลงมาให้มีนํ้าทำนาต่อไป

นอกจากนี้ยังได้สะท้อนให้เห็นถึงวิธีการสร้างสัมพันธไมตรีต่อกันของคนในสังคมที่อยู่รอบข้าง โดยมีการบอกบุญไปยังหมู่บ้านข้างเคียง เพื่อให้นำบั้งไฟมาร่วมและวิธีการสร้างความเป็นนํ้าหนึ่งใจเดียวกันของคนในหมู่บ้าน โดยมีงานบุญบั้งไฟเป็นสื่อกลาง

ในปัจจุบันพบว่า งานบุญบั้งไฟมีบิดเบือนไปจากเดิมมาก มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อให้บั้งไฟของตนขึ้นสูงที่สุด จนทำให้เกิดการระเบิดและเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนที่มาร่วมงานครั้งแล้วครั้งเล่า ดังนั้น จึงเห็นควรที่คนรุ่นหลังจะได้ตระหนักและสืบทอดคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาที่เป็นแก่นแท้ของบรรพบุรุษอีสานที่ได้สรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อความสงบเรียบร้อย ความร่มเย็นเป็นสุขของสังคมตลอดไป

ประเพณีบุญบั้งไฟ ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖

 

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๐). แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรมและงานเทศกาล.

กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๑). มรดกภูมิปัญญาอีสาน. กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.