Print

มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในช่วงเทศกาล “สงกรานต์” : ประเพณีกองข้าวศรีราชา จังหวัดชลบุรี

มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในช่วงเทศกาล “สงกรานต์” : ประเพณีกองข้าวศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ประเพณีกองข้าว หรือประเพณีกองข้าวบวงสรวง เป็นประเพณีที่จัดขึ้นตามความเชื่อของชาวอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นการทำพิธีบวงสรวงเซ่นไหว้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าป่าเจ้าเขา พระแม่คงคา ให้ปกปักรักษา คุ้มครองคนในชุมชนให้รอดพ้นจากภยันตรายต่าง ๆ รวมถึงการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ภูตผีปีศาจหรือวิญญาณเร่ร่อนเพื่อให้ชีวิตพบแต่ความสงบสุข ประเพณีกองข้าวมีการจัดขึ้นหลายอำเภอในจังหวัดชลบุรี เช่น อำเภอเมืองชลบุรี อำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุง อำเภอพนัสนิคม อำเภอบ้านบึง อำเภอเกาะสีชัง เป็นต้นซึ่งจะนิยมจัดขึ้นหลังวันสงกรานต์ของทุกปี โดยจะจัดปีละครั้งบริเวณชายหาด

ในอดีตชาวชลบุรีส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงทางทะเล ก่อนออกเรือจึงต้องมีพิธีเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อคุ้มครองจากภัยธรรมชาติ ตามประวัติกล่าวว่า ประเพณีกองข้าวนิยมจัดขึ้นหลังวันสงกรานต์เป็นประจำทุกปี เริ่มตั้งแต่เมื่อใดไม่มีหลักฐานปรากฏ ในปัจจุบันประเพณีกองข้าวบางพื้นที่ได้เลิกปฏิบัติไปแล้วเท่าที่ยังมีปรากฏอยู่คือ ที่อำเภอศรีราชา

sk (7)

 

ประเพณีกองข้าวศรีราชา ตามที่ผู้สูงอายุหลายท่านกล่าวว่า ปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านานแล้วเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนย้ายราศีเข้าสู่ปีใหม่ ที่เรียกว่า สงกรานต์ล่วงไปประมาณ ๓–๔ วัน ให้ชักชวนเพื่อนบ้านนำลูกหลานมารวมกันในเวลาแดดร่มลมตก อาหารคาวหวานและอาหารพื้นบ้าน เช่น ฮื่อแช่ ก๋วยเตี๋ยวบกปิ้งงบ แจงลอน ขนมเต่า ขนมก้นถั่ว ฉาบไข่แมงดา เป็นต้น ไปรวมกันที่ชายทะเล แล้วแต่ละบ้านแบ่งอาหารคนละเล็กละน้อยใส่กระทงใบตองไปวางรวมกันบริเวณริมหาด แล้วจุดธูปคนละ ๑ ดอก แล้วกล่าวร้องเชิญภูตผีปีศาจที่สิงสถิตบริเวณหาด ผีไม่มีญาติที่หิวโหยมากินอาหารที่นำมากองไว้ เชื่อว่าเมื่อภูตผีปีศาจอิ่มหมีพีมันแล้วท่านจะได้ไม่มารบกวน ทำให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข ไม่มีโรคภัย และไม่เกิดภัยธรรมชาติ จึงเรียกว่าพิธีกองข้าวบวงสรวง

 

หลังจากนั้นชาวบ้านที่มารวมกันเซ่นไหว้ภูตผีปีศาจนั่งรอจนกว่าธูปจะหมด ๑ ดอก แล้วกล่าวลาขอพรเสร็จแล้วก็จะตั้งวงร่วมกันรับประทานอาหารที่เตรียมมา หากมีอาหารเหลือให้นำมากองไว้ เพื่อเป็นทานแก่สัตว์ ห้ามนำอาหารที่เหลือกลับบ้านเด็ดขาด

 

การจัดพิธีกองข้าวในสมัยก่อนจะจัดบริเวณแหลมฟาน แหลมท้าวเทวา และบริเวณริมเขื่อนหน้าบ้านนายอำเภอทั้ง ๓ แห่ง จะจัดเรียงกันไปเป็นเวลา ๓ วัน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ย้ายมาจัดบริเวณสำนักงานเทศบาลเมืองศรีราชา โดยจัดเป็นงานประเพณีใหญ่ มีการละเล่นพื้นบ้านหลากหลาย แต่ชาวบ้านริมทะเลยังจัดอยู่เหมือนเดิม แล้วจึงมาร่วมจัดพิธีที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองศรีราชา ในปัจจุบันประเพณีกองข้าวศรีราชาได้จัดขึ้นบริเวณสวนสุขภาพ (เกาะลอยศรีราชา) ในระหว่างวันที่ ๑๙ – ๒๑ เมษายนของทุกปี

 

ประเพณีกองข้าวศรีราชา ได้กำหนดให้มีการประกอบพิธีบวงสรวง จัดทำศาลเพียงตาเครื่องเซ่นไหว้ ประกอบด้วย ขนมต้มขาว ขนมต้มแดง อาหารคาวหวานประจำท้องถิ่น คือ ฮือแช่ ก๋วยเตี๋ยวบก งบปิ้ง
ขนมเต่า นมกับถั่ว ข้าวสวย และมีบายศรีปากชาม มีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีอัญเชิญเทพเทวดาอารักษ์ และภูตผีปีศาจเพื่อมารับเครื่องเซ่นไหว้ โดยจุดธูปคนละ ๙ ดอก เซ่นไหว้ร่วมกัน เมื่อเสร็จพิธีก็ทำบายศรีสู่ขวัญ เพื่อเป็นสิริมงคล เมื่อเสร็จพิธีเชิญทุกคนร่วมกันรับประทานอาหารและชมการแสดง

 

ประเพณีกองข้าวศรีราชา มีพิธีกรรม ขั้นตอน แนวปฏิบัติและความเชื่อที่ควรแก่การอนุรักษ์โดยมีการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้ลูกหลานเป็นผู้ที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สร้างความสามัคคีให้คนในชุมชน
มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจร่วมกัน ทั้งยังช่วยส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างเอกลักษณ์ให้กับชาวศรีราชาให้เป็นที่รู้จัก

 

จากสภาพการณ์ปัจจุบัน ศรีราชาเป็นแหล่งอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ จึงทำให้ศรีราชามีสภาพทางสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะเทศบาลเมือง
ศรีราชามีขนาดพื้นที่เล็ก แต่มีผู้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวต่างชาติ เช่น ชาวจีน เกาหลี ญี่ปุ่น บางพื้นที่ของศรีราชาเป็นชุมชนชาวญี่ปุ่น และนอกจากนั้นยังมีผู้ใช้แรงงานจากต่างจังหวัดมาอาศัยอยู่เพื่อประกอบอาชีพเป็นจำนวนมาก ทำให้สภาพชุมชนเปลี่ยนจากชุมชนชาวประมงเป็นชุมชนเมืองอาชีพประมงลดน้อยลงมาทำงานภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ความเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจลดน้อยลง จึงทำให้ความสำคัญของประเพณีกองข้าวลดน้อยลง การประกอบอาชีพเดิมของคนในท้องถิ่นก็เปลี่ยนไปตามสภาพของสังคมปัจจุบัน

 

ประเพณีกองข้าวศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖

 

 

 

เอกสารอ้างอิง

 

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๐). แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรมและงานเทศกาล.

กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.