Print

โนราบนกระเบื้องมุงหลังคาดินเผา

โนราบนกระเบื้องมุงหลังคาดินเผา

              “โนรา” หรือ “มโนห์รา” (เขียนเป็น “มโนรา” และ “มโนราห์” ก็มี) เป็นการละเล่นพื้นเมือง

ที่สืบทอดกันอย่างแพร่หลายในภาคใต้ เป็นการละเล่นที่มีทั้งการร้อง การรำ บางส่วนเล่นเป็นเรื่องและ
บางโอกาสมีบางส่วนแสดงตามคติความเชื่อที่เป็นพิธีกรรม
อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าโนราเกิดขึ้นครั้งแรกที่ใด เมื่อใด แต่นักวิชาการที่สนใจเรื่องนี้ได้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ใน ๓ กระแสความคิดใหญ่ ๆ คือ

        ๑) มีพัฒนาการหรือมีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมอินเดีย โดยเริ่มพัฒนาการจากการเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงที่เกิดขึ้นในราชสำนักภาคใต้ และพอจะเชื่อได้ว่าโนรานั้นเป็นนาฏกรรมของราชสำนักและของท้าวพระยามหากษัตริย์ในภาคใต้มาแล้วตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างน้อย เห็นได้จากชื่อสถานที่ ชื่อบุคคลที่เอ่ยถึงในตำนานและบทไหว้ครูต่าง ๆ

             ๒) เกิดจากวัฒนธรรมของคนภาคใต้ดั้งเดิม โดยโนราน่าจะเกิดขึ้นระหว่างช่วง พ.ศ. ๑๘๕๘ - ๒๐๕๑ ในพื้นที่เมืองพัทลุงเดิม หรืออำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง โดยมองว่าเป็นการแสดงที่มีอยู่ในราชสำนักเดิม ด้วยการอ้างถึงตำนานโนราที่เชื่อมโยงกับตำนานเจ้าเมืองพัทลุงในโบราณกาล

             ๓) เกิดจากวัฒนธรรมภาคกลางที่ขยายมาสู่ภาคใต้ โดยโนรานั้นเดิมอยู่ในกรุงศรีอยุธยาและ “ชาตรี” เป็นชื่อเรียกการละเล่นของภาคใต้ที่มีมาก่อนชื่อโนรา ซึ่งชื่อชาตรีเป็นชื่อที่ชาวบางกอก (กรุงเทพ ฯ - ธนบุรี) สมัยต้นรัตนโกสินทร์หรือก่อนหน้านั้นไม่นานนักเรียกการละเล่นชนิดนี้

      ในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ จากการขุดค้นทางโบราณคดี ณ พระวิหารหลวง (พระอุโบสถ) วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช พบชิ้นส่วนกระเบื้องมุงหลังคาดินเผา ขนาดกว้าง ๗ เซนติเมตร ยาว ๑๑ เซนติเมตร หนา ๑.๔ เซนติเมตร มีลายประทับเป็นกรอบวงกลมขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร แสดงรูปบุคคลทำท่ายกแขน กางขา คล้ายท่ารำโนรา สวมเครื่องประดับศีรษะ (เทริด) ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช

 

 

a10 a11

กระเบื้องมุงหลังคาดินเผารูปโนรา

(ที่มา : สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช กรมศิลปากร)

 

             ดังนั้น แม้ว่าการพบหลักฐานกระเบื้องโนราดังกล่าวจะยังไม่สามารถระบุถึงแหล่งกำเนิดหรือที่มาของโนราได้อย่างชัดเจน แต่อย่างน้อยก็พออนุมานได้ว่า มรดกวัฒนธรรมศิลปะการแสดงโนราคงมีปรากฏอยู่และแพร่กระจายทั่วไปโดยรอบพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลามาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ ๒๑ หรืออย่างน้อยเมื่อประมาณ ๕๐๐ ปีที่แล้ว ซึ่งแสดงออกถึงอัตลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างชัดเจน

          การแสดงโนราในสมัยก่อนและปัจจุบัน มีความแตกต่างกันบ้างตามความเปลี่ยนแปลงของวันเวลา สังคมและความนิยม แต่ก็ยังมีหลายส่วนที่คงรักษาของเก่าเอาไว้ เป็นต้นว่า ท่ารำแบบโบราณ การแต่งกาย การเบิกโรง การโหมโรง ส่วนที่เปลี่ยนไป คือ เครื่องดนตรี จึงเป็นการยืนยันให้เห็นว่ามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านศิลปะการแสดงโนรานั้นไม่ได้หยุดนิ่ง มีพัฒนาการในการสร้างสรรค์ให้เหมาะสมกับชุมชน กาลเวลา และสังคมของผู้ปฏิบัติโนราในทุกยุคสมัย ทั้งนี้ โนรา ได้รับการประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญา
ทางวัฒนธรรมของชาติ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒

 เอกสารอ้างอิง

 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๒). เอกสารเสนอเรื่องโนราขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก (ICH-02). 

จีรวรรณ ศรีหนูสุด. (๒๕๕๒). ศิลปะการแสดง “โนรา” กับการพัฒนาชุมชน : บ้านเกาะประดู่ ตำบลท่ามะเดื่อ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง. มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี , ๒ (กรกฎาคม – ธันวาคม ๒๕๕๗) : ๕๐ - ๕๓.

 ศาสตร์แห่งครูหมอโนรา : ประวัติโนราและศิลปินโนราท้องถิ่น จังหวัดนครศรีธรรมราช. สืบค้นจาก http://krunora.blogspot.com/2013/05/blog-post_17.html เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๓ 

สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์. (๒๕๔๒). “โนรา” ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคใต้ เล่ม ๘. กรุงเทพ ฯ : อมรินทร์การพิมพ์.